เจาะลึกความเจ็บปวด! ‘กาเบรียล-เอเซ่’ กับฝันร้ายจุดโทษนัดชิง UCL และความโหดร้ายของโลกฟุตบอล
BK8 – ‘รอยแผลในระยะ 12 หลา’: กาเบรียล, เอเซ่ และความจริงอันโหดร้ายของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ – แทงบอล
แกเร็ธ เซาธ์เกต อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ เคยเปิดใจว่าเขานอนไม่หลับและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวว่าผู้คนจะคิดอย่างไรกับเขา หลังพลาดจุดโทษสำคัญในศึกยูโร 96 สจ๊วร์ต เพียร์ซ แข้งขาโหดในยุคของเขาก็เคยเดินร้องไห้ในสนามหลังพลาดจุดโทษในฟุตบอลโลกปี 1990 หรือแม้แต่ จอห์น เทอร์รี่ ที่เคยยอมรับว่าการพลาดจุดโทษในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2008 จะตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต
ฟุตบอลยุคนี้อาจเปลี่ยนไปมาก ทั้งกฎ กติกา VAR และเม็ดเงินมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คือ “ความโหดร้ายและป่าเถื่อน” ของการดวลจุดโทษ มันคือช่วงเวลาที่ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งถูกทิ้งไว้บนบ่าของนักเตะเพียงคนเดียวในการชี้ชะตากีฬาที่เล่นกันเป็นทีม
ค่ำคืนอันปวดร้าวของทัพปืนใหญ่
ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่กินเวลายาวนานถึง 120 นาทีระหว่าง อาร์เซน่อล และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทุกอย่างถูกตัดสินด้วยจุดโทษ กาเบรียล และ เอเบเรชี่ เอเซ่ สองนักเตะอาร์เซน่อล กลายเป็นผู้แบกรับความผิดหวัง เมื่อคนหนึ่งยิงหลุดกรอบและอีกคนยิงข้ามคาน ส่งผลให้เปแอสเชคว้าแชมป์ไปครองโดยที่ผู้รักษาประตูของพวกเขาไม่ต้องออกแรงเซฟเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ร่องรอยของความเจ็บปวดและสิ้นหวังฉายชัดบนใบหน้าของทั้งคู่ ดีแคลน ไรซ์ กองกลางเพื่อนร่วมทีม ได้ออกมาปกป้องพวกเขาผ่านสื่ออย่างหนักแน่น:
-
“พวกเขากำลังใจสลาย เรารักพวกเขาและอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ”
-
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะมีคนพลาดจุดโทษในนัดชิง ถ้าไม่มีพวกเขา เราคงไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอน”
-
“มันคือฟุตบอล มันโหดร้าย แต่เราต้องนำสิ่งดีๆ มาเป็นบทเรียนและก้าวต่อไป”
จิตวิทยาของจุดโทษ และสปิริตหลังเกม
เกียร์ จอร์เด็ต ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาการกีฬา ระบุว่าการดวลจุดโทษมี 4 ระยะที่ล้วนสร้างความเครียดมหาศาล ได้แก่ การยืนรอที่วงกลมกลางสนาม, การเดินไปที่จุดโทษ, วินาทีที่สับไกยิง, และการเดินกลับหลังยิงพลาด
สำหรับ กาเบรียล เขาเลือกรับหน้าที่สังหารจุดโทษคนที่ 5 ซึ่ง มิเกล อาร์เตต้า ยืนยันว่าลูกทีมของเขา “เตรียมตัวและฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี” แต่โชคร้ายที่เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิงจุดโทษข้ามคานในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ เซอร์จินโญ่ ของมิลานเคยทำไว้ในปี 2005
ขณะที่ กาเบรียล เดินเอามือปิดหน้าด้วยความร้าวราน ท่ามกลางนักเตะและสตาฟฟ์เปแอสเชที่วิ่งกรูไปฉลองแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง มาร์กินญอส กัปตันทีมเปแอสเช กลับเลือกที่จะเดินเข้าไปสวมกอด กาเบรียล เพื่อนร่วมทีมชาติบราซิลของเขาอย่างแน่นแฟ้น
มันไม่ใช่การเสแสร้งเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่มันคือความเป็นห่วงจากเพื่อนถึงเพื่อน… ซึ่งเป็นความงดงามเพียงหยิบมือ ที่ช่วยเยียวยาความโหดร้ายของโลกฟุตบอลในค่ำคืนนั้นได้อย่างน่าประทับใจ
