เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โคดี้ กัคโป และ แมนยู: 3 ประเด็นใหญ่ที่ต้องจับตาหลังสุดสัปดาห์
และเมื่อเข้าสู่ช่วงไม่กี่วันสุดท้ายก่อนตลาดซื้อขายนักเตะปิดลง ประเด็นในสนามก็เริ่มเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกสนามอย่างชัดเจน ทั้งอนาคตของเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, สถานการณ์ของโคดี้ กัคโป รวมถึงคำถามว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้ไมเคิล คาร์ริคกำลังเดินมาถูกทางแล้วหรือยัง
นี่คือสามคำถามใหญ่จากฟุตบอลสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนตลาดซื้อขายจะปิดลง

สุดสัปดาห์นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
วันศุกร์ คริสตัล พาเลซ แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4
วันเสาร์ ลิเวอร์พูลเสมอน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2, บอร์นมัธเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1, โคเวนทรี ซิตี้แพ้ฮัลล์ ซิตี้ 0-1 และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แพ้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-2
วันอาทิตย์ เชลซีชนะไบรท์ตัน 4-3, ลีดส์ ยูไนเต็ดเสมอเบรนท์ฟอร์ด 1-1, ซันเดอร์แลนด์ชนะฟูแล่ม 1-0 และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะอิปสวิช ทาวน์ 5-2
ผลการแข่งขันเหล่านี้ทำให้สถานการณ์ของหลายทีมเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสโมสรที่ยังต้องทำธุรกิจก่อนเส้นตาย
อนาคตของเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซจะไปทางไหน?
หลังเชลซีเอาชนะไบรท์ตัน 4-3 ชาบี อลอนโซ่ยังคงพูดถึงอนาคตของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ อย่างระมัดระวัง โดยบอกว่าสโมสรยังคง “เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์”
นี่กลายเป็นหนึ่งในมหากาพย์ที่ลากยาวที่สุดของตลาดซื้อขายรอบนี้
ก่อนหน้านี้เชลซีเคยกำหนดเส้นตายให้สโมสรที่สนใจยื่นข้อเสนอสำหรับเฟร์นานเดซ โดยตั้งมูลค่าเอาไว้ที่ประมาณ 120 ล้านปอนด์ แต่เมื่อเส้นตายผ่านไป นักเตะยังอยู่กับทีม และสถานการณ์เรื่องอนาคตของเขาก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
เฟร์นานเดซไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนบอลเชลซีในเกมเยือนฟูแล่มเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และในเกมกับไบรท์ตัน เขาถูกตัดออกจากทีมทั้งหมด
สิ่งที่เชลซีพยายามทำก่อนหน้านี้น่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่า พวกเขาไม่ได้จำเป็นต้องขายเฟร์นานเดซ หากมีข้อเสนอที่ต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องการกดดันสโมสรที่สนใจให้จ่ายตามมูลค่าที่พวกเขาต้องการ
แต่แผนดังกล่าวยังไม่ได้ผลอย่างที่คาด
เมื่อเหลือเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนตลาดปิด คำถามจึงเปลี่ยนจาก “จะขายหรือไม่” เป็น “เชลซีจะยอมขาดทุนมากแค่ไหนเพื่อให้เรื่องนี้จบลง”
ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องฝีเท้า แต่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับแฟนบอล
สถานการณ์ของเฟร์นานเดซไม่ได้เกิดขึ้นจากเรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียว
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม เขาให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ภาษาสเปนว่าอยากไปใช้ชีวิตและเล่นฟุตบอลในมาดริด ซึ่งทำให้เชลซีลงโทษแบนเขา 2 นัด และนับตั้งแต่นั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ตึงเครียดมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีผลต่อความรู้สึกของแฟนบอลจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างในฤดูกาลก่อน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นไม่มีทางแก้ เพราะฟุตบอลเปลี่ยนความรู้สึกได้รวดเร็วมาก
หากเฟร์นานเดซกลับมาลงสนาม ยิงได้สองสามประตู และมีส่วนช่วยทีมคว้าชัยชนะ อารมณ์ของแฟนบอลอาจเปลี่ยนได้ในเวลาไม่นาน
ปัญหาคือวิธีที่เชลซีจัดการสถานการณ์ทำให้พวกเขาเสียเปรียบในการต่อรอง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังเป็นผู้ซื้อที่เป็นไปได้มากที่สุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ถูกมองว่าเป็นสโมสรเดียวที่มีโอกาสอย่างจริงจังในการยื่นข้อเสนอซื้อเฟร์นานเดซ แต่คำถามสำคัญคือ พวกเขาจำเป็นต้องมีนักเตะรายนี้มากแค่ไหน
ซิตี้เพิ่งได้เอลเลียต แอนเดอร์สันและอายูบ บูอัดดี้เข้ามาเสริมแดนกลางอยู่แล้ว
ดังนั้นต่อให้ซิตี้ชื่นชอบเฟร์นานเดซ แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องรีบจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อนักเตะคนนี้
เมื่อความต้องการไม่ได้สูงมาก เชลซีจึงอาจเป็นฝ่ายต้องลดราคาลงเอง หากต้องการปิดดีลก่อนตลาดจะปิด
นั่นคือความย้อนแย้งของสถานการณ์นี้ เชลซีตั้งใจใช้ตัวเลข 120 ล้านปอนด์เป็นเกราะป้องกัน แต่เมื่อผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องได้ตัวนักเตะ ราคาก็ไม่ได้กดดันอีกฝ่ายมากนัก
แล้วโคดี้ กัคโปควรย้ายออกจากลิเวอร์พูลจริงหรือ?
อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ถูกพูดถึงมากคือ โคดี้ กัคโป และอนาคตของเขาที่ลิเวอร์พูล
แม้ลิเวอร์พูลกำลังจะได้แบรดลีย์ บาร์โคล่าเข้ามาเติมแนวรุก แต่คำถามก็ยังตามมาว่า ทำไมสโมสรถึงควรปล่อยกัคโปออกไปในช่วงที่พวกเขาควรเพิ่มทรัพยากรเกมรุกมากกว่าเดิม
กัคโปเพิ่งแสดงให้เห็นคุณค่าของตัวเองในเกมที่ลิเวอร์พูลเสมอน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 เมื่อเขาเปิดบอลอย่างยอดเยี่ยมให้อเล็กซานเดอร์ อิซัคยิงประตูตีเสมอ
ไม่ว่าจะมีข้อเสียด้านรูปแบบการเล่นหรือเข้ากับระบบใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน เขาก็ยังมีคุณค่าในฐานะนักเตะเกมรุกที่เล่นได้หลายตำแหน่ง
กัคโปสามารถเล่นด้านซ้าย รวมถึงขยับเข้าไปเล่นตรงกลางได้ และในทีมที่เสียโมฮาเหม็ด ซาลาห์ออกไปแล้ว การมีผู้เล่นที่สามารถสลับตำแหน่งได้ยิ่งมีประโยชน์

การปล่อยกัคโปอาจไม่สมเหตุสมผลเท่าไร
ปัญหาที่ชัดเจนคือ ต่อให้กัคโปจะต้องย้ายจริง เขาจะได้โอกาสลงสนามมากแค่ไหนกับทีมใหม่
ตัวเลือกที่ถูกพูดถึงคือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่การย้ายไปทีมของเอนโซ มาเรสก้าก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้เป็นตัวจริงทันที
ซิตี้มีทั้งอองตวน เซเมนโย่, ฟิล โฟเด้น และราฮิม เชอร์กี้ที่กำลังแย่งตำแหน่งกันอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงมีคำถามว่าการซื้อกัคโปของซิตี้จะเป็นการย้ายเพื่อยกระดับทีมจริง ๆ หรือเป็นเพียงการย้ายเพื่อให้ตลาดซื้อขายมีดีลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายการ
เมื่อมองจากมุมของลิเวอร์พูล การเก็บกัคโปไว้จนจบฤดูกาลจึงอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า เพราะเขาสามารถช่วยทั้งในเกมริมเส้นและตรงกลาง
โดยเฉพาะในช่วงที่อิซัคยังต้องปรับตัว และทีมกำลังสร้างเกมรุกยุคใหม่หลังการจากไปของซาลาห์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดีขึ้นจริง หรือแค่ได้ประโยชน์จากโชค?
เรื่องที่สามคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หลังแพ้ฮัลล์ ซิตี้แบบช็อกโลกในเกมแรก คำถามใหญ่คือทีมของไมเคิล คาร์ริคจะตอบสนองอย่างไร
คำตอบคือพวกเขากลับมาเอาชนะอิปสวิช 5-2
แต่ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เกิดการถกเถียงอีกด้านหนึ่งว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นดีขึ้นจริงหรือเพียงแค่โชคช่วย
คำตอบคือทั้งสองอย่าง
ในแง่ของโชค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีเหตุการณ์ที่เข้าทางหลายครั้ง
พวกเขาตามหลังจากประตูของเลียฟ เดวิส ก่อนจะได้ประโยชน์จากความผิดพลาดของมาร์เซลิโน่ นูนเญซ ซึ่งลื่นล้มแบบไม่มีแรงกดดัน และเปิดโอกาสให้เจ้าบ้านสวนกลับจนตีเสมอได้
เหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนเกมไปอย่างมาก
จากนั้นประตูตัวเองของเจค็อบ กรีฟส์ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำ แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับแฮนด์บอลของแฮร์รี่ แม็กไกวร์ ซึ่งสุดท้ายไม่ถูกเปลี่ยนคำตัดสินเนื่องจากประเด็นทางเทคนิคของระบบผู้ตัดสินวิดีโอ
จากนั้นจุดโทษของบรูโน่ แฟร์นันด์สทำให้เกมเป็น 3-1 ก่อนกัปตันทีมรายนี้จะทำแฮตทริก โดยสองจังหวะยิงยังมีลักษณะที่บอลแฉลบมาเข้าทางเขาอีกด้วย
ถ้าใครต้องการบอกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโชคดี ก็มีหลักฐานให้พูดเช่นนั้น
แต่การมองว่าแมนยูชนะเพราะโชคอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรม
ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถสร้างแรงกดดันใส่อิปสวิชได้อย่างต่อเนื่อง
อิปสวิชอาจเป็นทีมน้องใหม่ แต่พวกเขามีผู้เล่นมากประสบการณ์และไม่ได้เป็นทีมที่ควรถูกมองข้าม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะการปะทะจังหวะ 50-50 มากมาย และบังคับให้อิปสวิชตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างต่อเนื่อง
จังหวะสุดท้ายของเกมก็สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี
ประตูที่ห้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเกิดขึ้นท่ามกลางสายฝนหนัก มีความวุ่นวายและเกือบกลายเป็นประตูตัวเองอีกครั้ง แต่สิ่งที่โดดเด่นคือการจ่ายบอลจากแฟร์นันด์สไปให้ไบรอัน เอ็มบูโม่ ซึ่งแม่นยำอย่างยอดเยี่ยม
จากนั้นการจบสกอร์ก็เด็ดขาด
ดังนั้นคำตอบจึงไม่ใช่แค่ “โชคดี”
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ประโยชน์จากจังหวะสำคัญจริง แต่พวกเขาก็มีส่วนสร้างสถานการณ์เหล่านั้นด้วยฟุตบอลที่รวดเร็วและเด็ดขาดกว่าเดิม
แมนยูตอนนี้มีสิ่งที่ต่างจากเกมแพ้ฮัลล์
ความแตกต่างสำคัญคือทัศนคติ
หลังถูกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ปล่อยให้เกมจบลงแบบเดียวกับเกมที่แพ้ฮัลล์ แต่ยังคงเดินหน้ากดดันและสร้างสถานการณ์ใหม่ต่อเนื่อง
ความสามารถในการตอบสนองเมื่อเจอสถานการณ์ยากคือสิ่งที่ทีมชุดนี้ต้องการมากที่สุด
ชัยชนะเหนืออิปสวิชอาจยังไม่ได้พิสูจน์ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบแล้ว
แต่ก็เป็นสัญญาณว่าคาร์ริคสามารถทำให้ผู้เล่นกลับมาเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

แล้วท็อตแน่มยังมีความหวังอยู่หรือไม่?
ความพ่ายแพ้ของท็อตแน่มต่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-2 ทำให้เสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทีมของโรแบร์โต้ เด แซร์บี้สร้างโอกาสได้ไม่มากพอ แดนกลางถูกเจาะง่าย และทั้งสองประตูที่เสียไปก็ล้วนเป็นจังหวะที่ป้องกันได้ แม้คู่แข่งจะจบสกอร์ได้ดี
เด แซร์บี้จึงยังมีงานอีกมาก โดยเฉพาะในเรื่องสภาพจิตใจและการตอบสนองต่อสถานการณ์ยาก ๆ
ฤดูกาลก่อนท็อตแน่มต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น และบาดแผลจากช่วงเวลาดังกล่าวยังคงหลงเหลืออยู่
พวกเขาจำเป็นต้องตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสียประตู การไม่ได้จุดโทษ หรือการไม่ได้ฟาวล์
อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุผลสำหรับการมองโลกในแง่ดี
ท็อตแน่มกำลังเริ่มทำบางสิ่งได้ถูกต้อง แม้ยังมีปัญหาว่าคนที่ทำสิ่งเหล่านั้นอยู่ในสนามอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะสมที่สุด
มาธีส แตลมีโอกาสดวลตัวต่อตัวหลายครั้งทางฝั่งซ้าย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมได้ ขณะที่เปโดร ปอร์โรทางฝั่งขวาก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเขาเหมาะกับการสร้างเกมจากพื้นที่ลึกมากกว่า
อย่างน้อยการขึ้นเกมของสเปอร์สดูดีขึ้น
ถึงผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่การลำเลียงบอลเข้าสู่พื้นที่ทั้งสองฝั่งรวดเร็วและแม่นยำกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน
การส่งบอลในแดนกลางก็มีรายละเอียดและความสร้างสรรค์มากขึ้น
นั่นหมายความว่าในเชิงเทคนิค ท็อตแน่มอาจพัฒนาขึ้นแล้ว แม้ว่าการเปลี่ยนคุณภาพดังกล่าวให้เป็นประตูและคะแนนยังไม่เกิดขึ้น
นี่เป็นช่วงที่ต้องอดทน เพราะระบบใหม่ของเด แซร์บี้ยังต้องการทั้งเวลาและผู้เล่นที่เหมาะสม
การกลับมาของนักเตะสำคัญอาจเปลี่ยนเกมรุก
ซาวิโอเพิ่งมีอาการบาดเจ็บ แต่การกลับมาของโมฮัมเหม็ด คูดุส และความเป็นไปได้ที่อิลิมาน เอ็นดิอายจะย้ายเข้ามา จะทำให้เด แซร์บี้มีผู้เล่นคุณภาพสูงขึ้นในพื้นที่ที่จำเป็นต้องเอาชนะตัวต่อตัว
นี่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแนวทางการเล่นของเด แซร์บี้ต้องการผู้เล่นที่สามารถรับบอลในพื้นที่อันตรายแล้วเอาชนะคู่แข่งได้
ดังนั้นปัญหาของท็อตแน่มอาจไม่ได้อยู่ที่แนวทางการเล่นทั้งหมด แต่อยู่ที่คุณภาพของคนที่กำลังนำแนวทางนั้นไปใช้
อาร์เซน่อลก็ต้องจับตาในช่วงท้ายตลาด
อีกทีมที่น่าสนใจคืออาร์เซน่อล ซึ่งกำลังต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในแนวรุก หลังขายกาเบรียล มาร์ติเนลลี่และกาเบรียล เชซุสในช่วงสุดสัปดาห์
การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้พวกเขาอาจต้องมองหากองหน้าสำรองเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มความลึกทางฝั่งซ้าย
นี่เป็นอีกตัวอย่างว่าทำไมช่วงไม่กี่วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายจึงมีโอกาสเห็นดีลสำคัญเกิดขึ้นอีกหลายรายการ
นิวคาสเซิ่ลยังต้องการตัวสร้างสรรค์เกมรุก
นิวคาสเซิ่ลเองก็ยังมีช่องว่างให้แก้ หลังทีมทำผลงานน่าสนใจในเกมเสมอลิเวอร์พูล 2-2 แต่มีปัญหาเมื่อไม่สามารถพึ่งเกมสวนกลับได้เต็มที่
สิ่งที่ขาดคือผู้เล่นแนวรุกที่สามารถช่วยสร้างสรรค์เกมในจังหวะที่ทีมต้องเจาะแนวรับที่ตั้งรับลึก
นั่นทำให้ช่วงท้ายตลาดของนิวคาสเซิ่ลยังน่าจับตาเช่นกัน
ขณะที่คริสตัล พาเลซและฟูแล่มต่างก็มีปัญหาเรื่องความบางของแดนกลาง และต้องพิจารณาเสริมทีมในช่วงเวลาที่เหลือ
เอฟเวอร์ตันก็อาจมีงานหนักขึ้นอีก หากอิลิมาน เอ็นดิอายย้ายไปท็อตแน่ม เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาต้องหาตัวแทน นอกจากการพยายามนำริชาร์ลิซอนกลับมา ซึ่งสภาพร่างกายของเขาเปลี่ยนไปจากวันที่ย้ายออกเมื่อสี่ปีก่อน
ตลาดซื้อขายกำลังเข้าสู่ช่วงที่ทุกการตัดสินใจมีราคา
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเชลซีและลิเวอร์พูลสะท้อนปัญหาที่หลายสโมสรกำลังเผชิญ
การขายนักเตะไม่ได้หมายความว่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่ารออยู่เสมอ และการซื้อนักเตะใหม่ก็ไม่ได้แปลว่าจะช่วยทีมโดยทันที
เฟร์นานเดซอาจเป็นนักเตะที่เชลซีอยากขายเพราะความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหา แต่ถ้าผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องได้ตัวเขา เชลซีก็อาจต้องลดราคา
กัคโปอาจถูกพิจารณาเป็นนักเตะที่สามารถปล่อยออกได้ แต่สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว การขายผู้เล่นเกมรุกที่เล่นได้หลายตำแหน่งในช่วงที่ทีมกำลังสร้างแนวรุกชุดใหม่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเองกำลังได้เห็นผลตอบแทนจากการรักษาโครงสร้างเดิมไว้และเติมนักเตะในจุดที่ต้องการ แต่พวกเขาก็ยังมีคำถามเรื่องความสม่ำเสมอรออยู่
โปรแกรมที่น่าจับตาหลังสุดสัปดาห์นี้
วันจันทร์ อาร์เซน่อลจะลงเล่นกับแอสตัน วิลล่า ซึ่งวิลล่าอาจมีอิบราฮิม เอ็มบายและนิโกล่าส์ แจ็คสันอยู่ในทีมใหม่
วันอังคารจะมีโปรแกรมฟุตบอลลีกรองอังกฤษเต็มชุด และหนึ่งในเกมที่น่าสนใจคือเวสต์แฮม ยูไนเต็ดพบวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่สนามลอนดอน สเตเดียม
นูโน่ เอสปิริโต ซานโตต้องการชัยชนะอย่างมาก เพราะทีมของเขาเก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 3 เกมนับตั้งแต่ตกชั้น
นอกจากนี้ยังมีเกมในถ้วยเยอรมนีที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เมื่อเอชอีบีซี ฮัมบวร์ก สโมสรจากลีกระดับห้าของเยอรมนี จะเผชิญหน้ากับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
สนามของเอชอีบีซีรองรับผู้ชมได้เพียงประมาณ 2,500 คน ทำให้การแข่งขันถูกย้ายไปเตะที่โฟล์กส์พาร์คสตาดิโอน สนามของเอชเอสวี ฮัมบวร์ก ซึ่งรองรับผู้ชมได้ถึง 57,000 คน
บทสรุป: ทุกอย่างยังไม่จบก่อนตลาดปิด
หลังผ่านสุดสัปดาห์นี้ สามเรื่องใหญ่ยังคงเปิดกว้าง
เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ยังไม่รู้ว่าจะอยู่กับเชลซีต่อหรือไม่ และหากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่เร่งรีบ เชลซีอาจเป็นฝ่ายต้องลดข้อเรียกร้อง
โคดี้ กัคโป ก็ยังเป็นคำถามสำหรับลิเวอร์พูล โดยเฉพาะหลังทีมกำลังเสริมแนวรุกด้วยบาร์โคล่า และจำเป็นต้องมีผู้เล่นหมุนเวียนมากกว่าเดิม
ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบในชัยชนะเหนืออิปสวิช แต่การกลับมาแสดงคาแรกเตอร์หลังเกมแพ้ฮัลล์ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ
ส่วนท็อตแน่มยังต้องการเวลาและผู้เล่นที่เหมาะสมเพื่อให้แนวคิดของเด แซร์บี้เริ่มออกผล
สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือช่วงไม่กี่วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายจะไม่ได้มีเพียงข่าวย้ายทีมเท่านั้น แต่จะเป็นช่วงที่หลายสโมสรต้องตัดสินใจว่า ควรเก็บนักเตะไว้เพื่อความมั่นคง หรือควรยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อเปิดทางให้ทีมก้าวไปอีกขั้น
และเมื่อเส้นตายใกล้เข้ามาทุกที ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของทั้งฤดูกาลได้
อ่านข่าวพรีเมียร์ลีกและตลาดซื้อขายเพิ่มเติม
ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวเชลซี ข่าวลิเวอร์พูล และบทวิเคราะห์ตลาดซื้อขายเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์
อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวภายนอก:
ข่าวฟุตบอล

