รุ่งโรจน์สู่เหว! ‘แบรนดอน วิลเลียมส์’ เปิดใจหมดเปลือกบทเรียนชีวิตลูกหนัง

รุ่งโรจน์สู่ดิ่งเหว! 'แบรนดอน วิลเลียมส์' เปิดใจหมดเปลือกบทเรียนชีวิตลูกหนัง

รุ่งโรจน์สู่ดิ่งเหว! 'แบรนดอน วิลเลียมส์' เปิดใจหมดเปลือกบทเรียนชีวิตลูกหนัง

BK8 – จากรุ่งโรจน์สู่ความพังพินาศ! ‘แบรนดอน วิลเลียมส์’ เปิดใจบทเรียนชีวิตลูกหนังและรอยด่างพร้อยของตัวเอง – แทงบอล

“ผมได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของผมแล้ว ผมขอรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองทั้งหมด นั่นคือเหตุผลที่ผมมักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ‘ฉันพาตัวเองมาอยู่ในจุดที่เลวร้ายนี้ ฉันก็ต้องพาตัวเองออกไปจากจุดนี้ให้ได้เช่นกัน’”

นี่คือคำพูดจากใจของ แบรนดอน วิลเลียมส์ อดีตแบ็กซ้ายดาวรุ่งที่เคยพุ่งแรงทะลุฟ้ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันนี้เขานั่งอยู่ตรงล็อบบี้อพาร์ตเมนต์ในแมนเชสเตอร์ ทบทวนเรื่องราวชีวิตลูกหนังที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ยอดเยี่ยมที่สุดกับการลงสนามให้ “ปีศาจแดง” ไปถึง 51 นัด จนถึงช่วงเวลาอันมืดมิดและโดดเดี่ยว ที่แม้แต่การลุกจากเตียงยังเป็นเรื่องยาก และทำให้เขาหมดรักในกีฬาฟุตบอล

วิลเลียมส์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องราวของเขาคือ “อุทาหรณ์เตือนใจ” เป็นตัวอย่างของสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อนักเตะดาวรุ่งในสโมสรระดับท็อปของโลกถูกแสงไฟสาดส่อง โดยที่ยังไม่มีวุฒิภาวะพอจะรับมือกับหลุมพรางที่มาพร้อมกับชื่อเสียงและเงินทอง


แบรนดอน วิลเลียมส์ สัมภาษณ์พิเศษ

มรสุมชีวิตและคดีขับรถเร็ว

จุดพลิกผันที่หนักหนาที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว วิลเลียมส์ ผู้ยอมรับว่าตัวเองมีนิสัย “ชอบทำลายตัวเอง” ถูกศาลตัดสินจำคุก 14 เดือน (รอลงอาญา 2 ปี) จากข้อหาขับรถโดยประมาทจนทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยความเร็วสูงถึง 99 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 159 กม./ชม.)

แต่วิลเลียมส์บอกว่า เหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และในวันนี้ เขาพร้อมมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะสร้างเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของตัวเองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ปัจจุบัน เขาใช้เวลาช่วงปรีซีซั่นไปร่วมซ้อมกับทีม ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ในลีกต่ำกว่าแมนฯ ยูไนเต็ดถึง 3 ระดับ เพื่อพยายามพิสูจน์ตัวเองและหาหนทางกลับสู่วงการอีกครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่เขาได้ลงเล่นเต็ม 90 นาที ต้องย้อนกลับไปในเกมที่ย้ายแบบยืมตัวไปเล่นให้ อิปสวิช ทาวน์ พบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023

แม้จะยังไม่รู้ว่า ร็อตเธอร์แฮม จะยื่นสัญญาให้เขาหรือไม่ แต่เขาแสดงความมุ่งมั่นว่า:

“พูดตามตรงนะ ผมทำให้คนรอบข้างผิดหวังมามาก และผมก็อยากจะพิสูจน์ให้หลายคนเห็นว่าพวกเขาคิดผิดด้วย สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ให้ผมทำในชีวิตนี้ คือการกลับลงไปในสนามฟุตบอลและแสดงให้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง”

อ่านเพิ่มเติม: ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จุดสูงสุดที่มาเร็วเกินไป

เพื่อจะเข้าใจเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นช่วงพีคที่สุดในอาชีพของเขา วิลเลียมส์ เติบโตมาจาก ฮาร์เปอร์ฮีย์ (Harpurhey) ชานเมืองที่ค่อนข้างดิบเถื่อนของแมนเชสเตอร์ เขาคือเด็กผีตัวจริงที่เข้าสู่อะคาเดมี่ของสโมสรตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ไต่เต้าขึ้นมาทีละระดับ

เดือนกันยายน 2019 เขาได้รับโอกาสประเดิมสนามทีมชุดใหญ่ในเกมคาราบาว คัพ ที่ดวลจุดโทษชนะ ร็อชเดล

“มันวิเศษมากครับ ผู้คนชอบถามผมว่า ‘นายตื่นเต้นหรือเปล่า?’ มันอธิบายยากนะถ้าคุณไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ผมไม่เคยรู้สึกกดดันหรือกังวลเลย มีแต่ความตื่นเต้น ล้วนๆ เพราะนี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอด 12 ปี แค่ต้องลงไปเล่นตามเกมของตัวเองเท่านั้น”

ฤดูกาลนั้นเขากลายเป็นตัวหลักในทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกดวลกับ ลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคม และยิงประตูแรกให้ทีมได้ในเดือนต่อมา ผลงานของเขาโดดเด่นจน โซลชาร์ เคยให้สัมภาษณ์หลังเกม ยูโรปา ลีก กับ ปาร์ติซาน เบลเกรด ว่า “เด็กคนนี้ไม่มีความกลัวเลย เขากล้าหาญดั่งสิงโต และเขาคือคนที่ช่วยให้เราคว้าชัยชนะมาได้”

ตอนนั้น เอ็ด วู้ดเวิร์ด อดีตซีอีโอของทีม ถึงขั้นบอกกับคนรอบข้างว่า วิลเลียมส์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายเบอร์หนึ่งแซงหน้า ลุค ชอว์ ไปแล้ว สำหรับวิลเลียมส์ที่ยังคงอาศัยอยู่กับแม่ในแฟลตเคหะ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเวียนหัว

“ผมรับมือกับชื่อเสียงที่เข้ามาได้ยากมากครับ โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นเด็กท้องถิ่นแมนเชสเตอร์ด้วย มันไม่ได้กระทบแค่ผม แต่มันกระทบครอบครัวผมด้วย”

ความตกต่ำและความหลงผิด

เมื่อโควิด-19 ระบาด ฟุตบอลต้องหยุดชะงัก โมเมนตัมของเขาก็หายไปด้วย เมื่อฟุตบอลกลับมาแข่งอีกครั้งในเดือนมิถุนายน เขารู้สึกว่าความฟิตของตัวเองลดลงเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีม

ในช่วงนั้น เขาตัดสินใจย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ไปอยู่ตามลำพัง ซึ่งเขายอมรับว่า “จนถึงทุกวันนี้ มันคือหนึ่งในสิ่งที่แย่ที่สุดที่ผมเคยทำลงไป ผมควรจะอยู่ที่บ้านกับแม่ต่อไป”

เพราะอะไร?

“ลองคิดดูสิ เด็กอายุ 19 ย้ายออกมาอยู่คนเดียว เล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด มันมีอะไรหลายอย่างที่สามารถผิดพลาดได้ ผมยังเด็ก ไร้วุฒิภาวะ และไม่ประสีประสาเรื่องต่างๆ การอยู่กับพ่อแม่จะช่วยควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า” การย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ทำให้มีเพื่อนๆ แวะเวียนมาหาบ่อยครั้ง กลายเป็นสิ่งรบกวนสมาธิที่เขารู้สึกได้ในภายหลังว่ามันไม่ส่งผลดีเลย

ฤดูกาลถัดมา โอกาสลงสนามลดน้อยลง เขาต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ นอริช ซิตี้ ในฤดูกาล 2021-22 แม้จะได้ลงเล่นสม่ำเสมอ แต่เมื่อกลับมาแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคของ เอริค เทน ฮาก เขามีอาการบาดเจ็บรบกวน และได้ลงสนามเพียง 5 นาทีตลอดทั้งฤดูกาล

ปัญหาชีวิตและการหมดรักในฟุตบอล

หลังจากยืมตัวไปเล่นกับ อิปสวิช และได้ร่วมงานกับ คีแรน แม็คเคนน่า ซึ่งเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังกลับมาเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดอีกครั้ง แต่ปัญหาส่วนตัวนอกสนามก็เริ่มปะทุขึ้นในช่วงปลายปี

“คีแรนสังเกตเห็นว่าผมไม่เป็นตัวเองเลย ในวันปีใหม่เขาบอกผมว่า ‘ฉันอยากให้นายกลับไปพักที่แมนเชสเตอร์ 2 สัปดาห์ ฉันอยากให้นายกลับมาที่นี่ในฐานะแบรนดอนคนเดิม ไม่ใช่แบรนดอนคนนี้’” แต่วิลเลียมส์ก็ไม่ได้กลับไปช่วยอิปสวิชอีกเลย

ซัมเมอร์ปี 2024 วิลเลียมส์ ถูกแมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยตัวออกจากทีม ปิดฉากเส้นทาง 16 ปีกับสโมสร

“ตอนแรกผมคิดว่า ‘ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด’ แต่จริงๆ แล้วผมอยู่ในจุดที่มืดมิดมาก ผ่านไปไม่กี่เดือน ผมเริ่มคิดว่า ‘พระเจ้า นี่ฉันทำอะไรลงไป?’ ความรู้สึกมันพังทลายมาก ยิ่งตอนอยู่คนเดียวแล้วคิดทบทวน มันเป็นสถานที่ที่มืดหม่นที่สุด”

ในช่วงเวลานี้เองที่เขา “หมดรัก” ในกีฬาฟุตบอล “ผมไม่อยากเล่นฟุตบอลอีกแล้ว มันยากมาก แต่ผมรู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษาสภาพจิตใจ ผมไม่มีแผนจะกลับมาเตะบอลเลยตลอดทั้งปีนั้น จนกระทั่งขึ้นปีใหม่ ผมถึงเริ่มรู้สึกว่า ‘เอาล่ะ ฉันเริ่มคิดถึงมันแล้ว ฉันพร้อมจะกลับไปเล่นฟุตบอลอีกครั้งแล้ว’”

อ้างอิงข้อมูล: The Athletic

บทเรียนราคาแพงและก้าวต่อไป

สำหรับคดีขับรถเร็วและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น วิลเลียมส์ ยอมรับว่า “มันทำให้ผมโตขึ้นและตระหนักได้ว่า นี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่เกม GTA (Grand Theft Auto) หรืออะไรแบบนั้น มันคือเสียงระฆังปลุกสติอย่างแท้จริง”

เขายอมรับว่าในช่วงนั้นเขาอยู่ในโหมดชอบทำลายตัวเอง ไม่เคยคิดถึงผลที่ตามมา และไม่ใช่แบรนดอนคนที่ทุกคนรู้จัก

ประเด็นเรื่อง “ก๊าซหัวเราะ” (nitrous oxide) ที่เคยเป็นข่าว เขาก็รู้สึกเสียใจที่เคยใช้มัน “ผมมองย้อนกลับไปแล้วคิดว่าตัวเองโง่เง่าแค่ไหน นั่นไม่ใช่สิ่งที่นักกีฬาทำกัน ไม่ใช่สิ่งที่นักฟุตบอลทำ และไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายที่โตแล้วเขาทำกัน มันเป็นเรื่องไร้สาระสุดๆ”

วันนี้ วิลเลียมส์ ในวัย 25 ปี มองไปข้างหน้าด้วยความหวัง เขามีแรงผลักดันสำคัญคือครอบครัว โดยเฉพาะคุณยายที่มีกรอบรูปของเขาตอนอายุ 18-21 ปีตั้งโชว์ไว้ และมักจะบอกเสมอว่า “ยายอยากเห็นหลานทำแบบนั้นได้อีกครั้ง”

แม้จะรู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ง่าย แต่เขาพร้อมที่จะปีนกลับขึ้นไป “ผมรู้ว่ากระบวนการนี้มันไม่เร็ว ผมรู้ว่าปีหน้าผมคงไม่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก แต่ผมพร้อมที่จะปีนเขาลูกนี้ และกลับไปยืนบนยอดเขาให้ได้อีกครั้ง”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด