ชาร์ลี มอร์แกน อดีตเด็กเก็บบอลสวอนซี เตรียมขาย Au Vodka 500 ลป.

BK8 – ชาร์ลี มอร์แกน อดีตเด็กเก็บบอลของสวอนซี ซิตี้ ซึ่งเคยกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกจากเหตุการณ์ที่ถูก เอเดน อาซาร์ อดีตดาวดังของเชลซีเตะในเกมลีก คัพ เมื่อปี 2013 กำลังเตรียมปิดดีลครั้งใหญ่ในชีวิต หลังมีรายงานว่าอาณาจักรเครื่องดื่มของเขาอย่าง Au Vodka อาจถูกขายด้วยมูลค่าสูงถึง 500 ล้านปอนด์ – แทงบอล

เหตุการณ์ระหว่างมอร์แกนกับอาซาร์เมื่อกว่า 13 ปีก่อนเคยสร้างกระแสไปทั่ววงการฟุตบอล หลังเด็กเก็บบอลของสวอนซีรายนี้ครองบอลเอาไว้กับตัวในช่วงท้ายเกม ก่อนที่อาซาร์จะพยายามเอาบอลกลับมาและเตะใส่เขา จนผู้ตัดสินควักใบแดงไล่นักเตะทีมชาติเบลเยียมออกจากสนาม

จากเด็กวัยรุ่นที่กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการฟุตบอลเวลานั้น วันนี้ ชาร์ลี มอร์แกน กลับสร้างเส้นทางชีวิตของตัวเองจนกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และกำลังมีโอกาสทำเงินมหาศาลจากธุรกิจวอดก้าที่เขาร่วมก่อตั้งกับเพื่อนสมัยเรียน

ชาร์ลี มอร์แกน ผู้ก่อตั้ง Au Vodka อดีตเด็กเก็บบอลสวอนซี ซิตี้

จากเด็กเก็บบอลสวอนซีสู่เจ้าของอาณาจักรวอดก้า

ชื่อของชาร์ลี มอร์แกนเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลตั้งแต่ปี 2013 เมื่อเขาเป็นเด็กเก็บบอลของสวอนซี ซิตี้ในเกมลีก คัพ ที่พบกับเชลซี

ในช่วงท้ายเกม มอร์แกนได้รับบอลและลงไปนอนครองบอลเอาไว้บนพื้น โดยมีภาพที่ถูกมองว่าเขาพยายามถ่วงเวลา ขณะที่เชลซีกำลังต้องการบอลกลับมาอย่างเร่งด่วน

เอเดน อาซาร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นหนึ่งในนักเตะตัวรุกที่ดีที่สุดของเชลซี พยายามนำบอลกลับมา ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายจนเขาเตะใส่มอร์แกน และถูกผู้ตัดสินไล่ออกจากสนาม

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นใหญ่ในระดับนานาชาติ แฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างถกเถียงกันว่าใครเป็นฝ่ายผิด และมอร์แกนเองก็กลายเป็นหนึ่งในเด็กเก็บบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

แต่แทนที่จะปล่อยให้ชื่อเสียงจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องในอดีต มอร์แกนกลับนำชีวิตของตัวเองไปอีกเส้นทางหนึ่ง

ในปี 2015 เขาร่วมก่อตั้ง Au Vodka กับแจ็กสัน ควินน์ เพื่อนสมัยเรียน และค่อย ๆ เปลี่ยนแบรนด์เครื่องดื่มแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจวอดก้าระดับพรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดจากสหราชอาณาจักร

ชาร์ลี มอร์แกน กับธุรกิจ Au Vodka

Au Vodka เติบโตจนมีมูลค่ามหาศาล

รายงานจากสกาย สปอร์ตส์ระบุว่า มอร์แกนและควินน์กำลังเจรจาขาย Au Vodka ให้กับบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Sazerac Company โดยมูลค่าดีลอาจสูงถึง 500 ล้านปอนด์

หากการขายเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางธุรกิจที่น่าทึ่งที่สุดของคนที่เคยเป็นเพียงเด็กเก็บบอลวัยรุ่นเมื่อ 13 ปีก่อน

ปัจจุบัน Au Vodka สามารถจำหน่ายวอดก้าได้มากกว่า 35,000 ขวดต่อวัน และแบรนด์ได้สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากขวดสีทองซึ่งกลายเป็นภาพจำของผลิตภัณฑ์

ธุรกิจยังคงมีสำนักงานใหญ่ในเมืองสวอนซี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์และเป็นเมืองที่มอร์แกนเติบโตมา โดยสำนักงานแห่งใหม่ถูกออกแบบในธีมสีทองอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ภายนอกอาคาร เพดาน ป้าย ไปจนถึงพื้นที่คาเฟ่ภายในสำนักงาน

มอร์แกนเคยเปิดเผยเรื่องราวการเติบโตของบริษัทผ่านทาง LinkedIn โดยย้อนเล่าว่าช่วงแรกพวกเขาเริ่มต้นจากสำนักงานขนาดเพียง 250 ตารางฟุต ซึ่งมีพื้นที่พอสำหรับตัวเขา แจ็กสัน ควินน์ และจอร์แดน เมเจอร์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 16 ปีและทำหน้าที่แพ็กสินค้า

หลังจากนั้นบริษัทใช้เวลาอีกหลายปีอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมในสวอนซี ก่อนจะขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วและเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 96 คน

วันนี้ Au Vodka มีสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ตกแต่งด้วยสีทองทั้งอาคาร ซึ่งมอร์แกนมองว่าเป็นสถานที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

สำนักงานใหญ่ Au Vodka สีทองของชาร์ลี มอร์แกน

คนดังระดับโลกช่วยผลักดันแบรนด์

ความสำเร็จของ Au Vodka ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำตลาดแบบธรรมดาเพียงอย่างเดียว แต่แบรนด์ยังได้รับการสนับสนุนจากคนดังระดับโลกหลายคน

หนึ่งในนั้นคือโรนัลดินโญ ตำนานฟุตบอลบราซิล รวมถึงฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ อดีตแชมป์มวยโลกชาวอเมริกัน ซึ่งเคยมีส่วนช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ในระดับนานาชาติ

กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ Au Vodka สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างเครื่องดื่มระดับพรีเมียม แฟชั่น วัฒนธรรมคนดัง และโลกกีฬาเข้าด้วยกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้บริษัทจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สำนักงานใหญ่ยังคงอยู่ในสวอนซี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ

แฟน ๆ จำนวนมากจึงเข้ามาแสดงความยินดีกับมอร์แกน และชื่นชมที่เขายังคงรักษารากฐานของบริษัทเอาไว้ในเมืองเดิม แทนที่จะย้ายธุรกิจออกไปยังศูนย์กลางทางการเงินหรือเมืองใหญ่ของอังกฤษ

ดีล 500 ล้านปอนด์อาจเปลี่ยนชีวิตของสองผู้ก่อตั้ง

การเจรจาระหว่าง Au Vodka และ Sazerac มีรายงานว่าเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว และขณะนี้กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลง

Sazerac ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่จากสหรัฐฯ ต้องการขยายธุรกิจในตลาดสหราชอาณาจักร และการเข้าซื้อ Au Vodka จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มฐานธุรกิจในตลาดเครื่องดื่มระดับพรีเมียมได้ทันที

หากดีลมูลค่า 500 ล้านปอนด์เกิดขึ้นจริง มีรายงานว่ามอร์แกนและควินน์อาจได้รับเงินคนละประมาณ 100 ล้านปอนด์ ขณะที่ทั้งคู่ยังมีโอกาสรักษาบทบาทบางอย่างภายในบริษัทต่อไปหลังการขาย

ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่เพียงการขายกิจการเพื่อถอนตัวออกจากธุรกิจ แต่เป็นการเปิดทางให้แบรนด์ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2015 สามารถเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ภายใต้บริษัทเครื่องดื่มระดับโลก

การเจรจาครั้งนี้มีสำนักงานกฎหมาย Forsey ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ Sazerac ขณะที่ Au Vodka ได้รับการดูแลด้านกฎหมายโดย DLA Piper

อ่านรายงานเกี่ยวกับดีล Au Vodka มูลค่า 500 ล้านปอนด์จาก Sky News

เอเดน อาซาร์กลับมาพบชาร์ลี มอร์แกนอีกครั้ง

เอเดน อาซาร์กับชาร์ลี มอร์แกนกลับมาพบกันอีกครั้ง

เรื่องราวของมอร์แกนกับอาซาร์ไม่ได้จบลงด้วยเหตุการณ์ในปี 2013 เพราะทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งหลายปีต่อมา และครั้งนี้บรรยากาศแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

ประมาณสองปีก่อน ทั้งคู่กลับมาปรากฏตัวร่วมกันในแคมเปญประชาสัมพันธ์ของ Au Vodka ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลทั่วโลก

อาซาร์ซึ่งแขวนสตั๊ดไปแล้ว ปรากฏตัวร่วมกับมอร์แกนในภาพประชาสัมพันธ์ โดยถือแก้ว Au Vodka รสเบอร์รีสีฟ้า และดูเหมือนว่าความขัดแย้งจากอดีตจะกลายเป็นเพียงเรื่องขำ ๆ ที่ทั้งคู่สามารถย้อนกลับไปพูดถึงได้

อดีตดาวดังของเชลซียังโพสต์ภาพหลายภาพผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงภาพที่ทั้งคู่ยืนอยู่ด้วยกันและภาพที่กำลังมองกระดานหมากรุกซึ่งมีขวด Au Vodka วางอยู่

อาซาร์ยังเขียนข้อความถึงมอร์แกนในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างมากจากเหตุการณ์เมื่อ 11 ปีก่อน

เอเดน อาซาร์ถือ Au Vodka ในแคมเปญร่วมกับชาร์ลี มอร์แกน

จากเหตุการณ์โด่งดังสู่การจับมือทางธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ ชาร์ลี มอร์แกน น่าสนใจมากกว่าข่าวการขายธุรกิจทั่วไปคือเส้นทางชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในปี 2013 ชื่อของเขาถูกพูดถึงเพราะเหตุการณ์ในสนามฟุตบอล แต่เขาไม่ได้พยายามใช้ชื่อเสียงดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักของชีวิต ตรงกันข้าม เขาเลือกสร้างธุรกิจของตัวเองกับเพื่อน และค่อย ๆ พัฒนา Au Vodka จากแบรนด์เล็กในสวอนซีจนกลายเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการทำธุรกรรมระดับหลายร้อยล้านปอนด์

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือท้ายที่สุดแล้วอดีตคู่กรณีอย่างอาซาร์กลับกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์แบรนด์เดียวกัน

เรื่องราวที่ครั้งหนึ่งเคยจบลงด้วยใบแดงและเสียงวิจารณ์จากแฟนฟุตบอลทั่วโลก จึงกลายมาเป็นภาพของอดีตนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ที่ยืนเคียงข้างเด็กเก็บบอลคนนั้นในฐานะผู้ใหญ่สองคนที่เดินผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิตมาแล้ว

เอเดน อาซาร์โพสต์ข้อความถึงชาร์ลี มอร์แกนบนโซเชียลมีเดีย

ชาร์ลี มอร์แกน จากเด็กเก็บบอลสู่ธุรกิจ 500 ล้านปอนด์

ประเด็น รายละเอียด
ชื่อ ชาร์ลี มอร์แกน
เหตุการณ์ที่สร้างชื่อ เหตุการณ์กับเอเดน อาซาร์ในเกมลีก คัพ ปี 2013
ธุรกิจ Au Vodka
ผู้ร่วมก่อตั้ง แจ็กสัน ควินน์
ก่อตั้งบริษัท ปี 2015
สำนักงานใหญ่ สวอนซี ประเทศเวลส์
ยอดขายที่รายงาน มากกว่า 35,000 ขวดต่อวัน
ผู้ซื้อที่มีรายงานว่าเจรจา Sazerac Company
มูลค่าดีลที่มีรายงาน ประมาณ 500 ล้านปอนด์

บทสรุป

เส้นทางของ ชาร์ลี มอร์แกน เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จากเด็กเก็บบอลของสวอนซีที่กลายเป็นข่าวไปทั่วโลกหลังเหตุการณ์กับเอเดน อาซาร์ เขากลับสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองจน Au Vodka มีโอกาสถูกขายด้วยมูลค่าสูงถึง 500 ล้านปอนด์

หากการเจรจากับ Sazerac สำเร็จ มอร์แกนและแจ็กสัน ควินน์จะกลายเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากสวอนซีที่สามารถสร้างแบรนด์ระดับนานาชาติขึ้นมาจากศูนย์

ที่น่าจดจำที่สุดอาจไม่ใช่เพียงมูลค่าของธุรกิจ แต่คือการที่เรื่องราวระหว่างมอร์แกนกับอาซาร์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการฟุตบอล กลับมาปิดฉากในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

จากการถูกเตะในสนามเมื่อปี 2013 สู่การยืนถ่ายภาพร่วมกับอาซาร์เพื่อโปรโมตแบรนด์ของตัวเองในอีกหลายปีต่อมา เรื่องราวของมอร์แกนจึงกลายเป็นมากกว่าเรื่องของเด็กเก็บบอลกับนักฟุตบอลชื่อดัง แต่เป็นเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่โด่งดังที่สุดในชีวิตให้กลายเป็นเพียงบทหนึ่งของเส้นทางที่ยิ่งใหญ่กว่า

ชาร์ลี มอร์แกน และ Au Vodka

ติดตามข่าวฟุตบอล ข่าวนักเตะ และเรื่องราวน่าสนใจจากวงการกีฬารอบโลกได้ที่ เว็บไซต์ของเรา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด