โรดรี้: “ผมเชื่อมั่นในสโมสร พวกเขาบอกให้เราใจเย็น” หลังถูกตัดสินผิดเกือบทั้งหมด
เดอะ แอธเลติก เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิด 114 จากทั้งหมด 115 ข้อหา ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ได้รับทราบรายละเอียดของเรื่องนี้ แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้พูดต่อสาธารณะ
ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 หลังพรีเมียร์ลีกใช้เวลาสอบสวนนานถึง 4 ปี อย่างไรก็ตาม บทลงโทษยังไม่ได้ถูกกำหนด และคาดว่าสโมสรจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน
โรดรี้ ใช้เวลา 7 ฤดูกาลกับ ซิตี้ ระหว่างปี 2019 ถึง 2026 ก่อนย้ายไป บาร์เซโลนา ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23

โรดรี้ยังเชื่อแมนซิตี้ แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป
ก่อนเกมยูฟ่า เนชันส์ ลีก ระหว่าง สเปน กับ อังกฤษ ที่สนามเวมบลีย์ โรดรี้ ถูกถามว่า เขารู้สึกหรือไม่ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของเขากับ ซิตี้ กำลังถูกทำให้มัวหมอง และกังวลหรือไม่ว่าถ้วยรางวัลที่เคยคว้ามาอาจถูกพรากคืน
อย่างไรก็ตาม คำตอบของเขากลับพุ่งไปที่เหตุการณ์เมื่อปี 2020 ซึ่งถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้เขายังคงเชื่อในจุดยืนของสโมสรจนถึงวันนี้
ในตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกยูฟ่าสั่งห้ามเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยุโรปเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ ซีเอเอส จะกลับคำตัดสินดังกล่าวในอีก 5 เดือนต่อมา
“เราเคยเจอสถานการณ์ที่คล้ายกันมากในปี 2020 กระบวนการทางกฎหมายก็คล้ายกัน แม้ว่าผู้กล่าวหาจะแตกต่างกัน นั่นคือสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป”
โรดรี้ เล่าว่า ตอนนั้นสโมสรสื่อสารกับนักเตะด้วยท่าทีสงบมาโดยตลอด และยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด รวมถึงเชื่อว่าจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในที่สุด
“สโมสรสื่อสารกับเราอย่างสงบ โดยบอกว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และจะถูกตัดสินว่าไม่มีความผิด”
ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2020 ก็ทำให้ความเชื่อของเขาแข็งแรงขึ้น เพราะแม้สโมสรจะถูกตัดสินในทางลบในตอนแรก แต่กระบวนการอุทธรณ์กลับเปลี่ยนผลลัพธ์
“เราเชื่อมั่นในสโมสร และแม้หลังจากพวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในตอนแรก สุดท้ายพวกเขาก็ได้รับการตัดสินว่าไม่มีความผิด”
ด้วยเหตุนี้ อดีตกองกลางทีมชาติสเปนจึงเลือกใช้ประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นหลักในการมองสถานการณ์ปัจจุบัน
“หวังว่าจะมีความยุติธรรมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ผมเชื่อมั่นในสโมสร พวกเขาบอกพวกเรา ซึ่งหมายถึงนักเตะ ให้ใจเย็น ๆ เพราะพวกเขาทำทุกอย่างอย่างถูกต้องแล้ว”
ถ้วยแชมป์จะถูกตั้งคำถามหรือไม่?
ประเด็นที่ตามมาคือ หากคำตัดสินยังคงอยู่ จะมีการมองความสำเร็จในยุคที่ผ่านมาแตกต่างไปหรือไม่ เพราะช่วงเวลาที่ โรดรี้ อยู่กับ ซิตี้ เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลระดับสูง
เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดที่ได้แชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร อย่างไรก็ตาม โรดรี้ มองว่าคนที่อยู่ภายในสโมสรย่อมเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกับคนภายนอก
“สำหรับพวกเราที่เป็นนักเตะ มันแตกต่างจากพวกคุณ ผมเข้าใจทุกความคิดเห็น และเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ในตอนนี้”
จากนั้นเขาพูดถึงคนจำนวนมากที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้มองว่าความสำเร็จทั้งหมดเกิดจากนักเตะหรือผู้จัดการทีมเพียงไม่กี่คน
“เราพยายามคิดในแง่บวกอยู่เสมอ เมื่อคุณใช้ชีวิตอยู่กับสโมสรแห่งนั้นทุกวัน คุณได้เห็นผู้คนทั้งหมดที่ทำงานหนักมาตลอดหลายปีเพื่อสร้างความสำเร็จ”
“ไม่ใช่แค่ เป๊ป และนักเตะ แต่รวมถึงทุกคน ตั้งแต่เจ้าของสโมสรไปจนถึงพนักงานที่ทำงานกันทุกวัน”
ในมุมของ โรดรี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของจำนวนเงินหรือมูลค่าของนักเตะ เพราะยังมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในทุกวัน
“สิ่งที่พวกเขาทำ ไม่มีใครพรากไปจากเราได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงิน แต่เป็นสิ่งที่ได้มาจากความพยายาม การร่วมมือกัน และการยืนเคียงข้างกันทุกวัน”
นอกจากนี้ เขายังนึกถึงสนามเวมบลีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความทรงจำสำคัญตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งในอังกฤษ
“เราประสบความสำเร็จมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา และที่นี่ในเวมบลีย์ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความทรงจำเหล่านั้น”
“และผมบอกคุณได้เลยว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคู่ควรแล้ว เพราะเราได้ใช้ชีวิตอยู่ในหนึ่งในยุคที่ดีที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ”

ถ้าแพ้อุทธรณ์ เขาจะรู้สึกว่าถูกหลอกหรือไม่?
คำถามต่อมาถูกเจาะไปถึงเรื่องความเชื่อใจโดยตรง โรดรี้ ถูกถามว่า หาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้กระบวนการอุทธรณ์ในครั้งนี้ เขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสโมสรหลอกหรือไม่
ถึงอย่างนั้น เขายังคงยืนยันว่าจุดยืนของผู้บริหารสโมสรเป็นสิ่งที่เขาเชื่อถือ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาได้รับการสื่อสารมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับทีม
“พวกเขาบอกมาโดยตลอดว่ามั่นใจว่าจะถูกตัดสินว่าไม่มีความผิด และเราก็มีตัวอย่างจากปี 2020”
ในช่วงที่ผ่านมา นักเตะจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือวิตกกังวลกับกระบวนการดังกล่าวมากนัก
“พวกเราเป็นนักเตะที่ค่อนข้างสงบกับเรื่องนี้ เราไม่เคยรู้สึกประหม่าเลย”
ขณะเดียวกัน โรดรี้ มองว่าปัญหาลักษณะนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลยุคใหม่ และหลายสโมสรก็ต้องผ่านสถานการณ์ทางกฎหมายที่ซับซ้อนเช่นกัน
“ทุกวันนี้มีหลายทีมที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลในยุคปัจจุบัน”
โรดรี้ย้ำ ทุกทีมต้องทำตามกฎ
แม้ยังสนับสนุนอดีตต้นสังกัด แต่ โรดรี้ ไม่ได้บอกว่ากฎทางการเงินไม่มีความสำคัญ ตรงกันข้าม เขายอมรับว่าทุกสโมสรจำเป็นต้องปฏิบัติตามกติกา
“สำหรับผม ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎ และนั่นเป็นเรื่องที่ดี”
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการตัดสินขั้นสุดท้ายยังไม่เกิดขึ้น เพราะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังสามารถอุทธรณ์ได้ ดังนั้นตัวเขาจึงยังเลือกที่จะเชื่อสโมสรไปก่อน
“จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่าพวกเขาทำผิด เราจะเชื่อมั่นในสโมสร”
“ผมเคยอยู่ที่นั่น ผมรู้ว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมบอกคุณได้”
คำพูดดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นการบอกว่าคดีจบลงแล้ว แต่สะท้อนว่า โรดรี้ ต้องการรอให้กระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุดก่อน
คดีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นอย่างไร?
พรีเมียร์ลีกตั้งข้อกล่าวหาต่อสโมสรในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 หลังจากมีการสอบสวนเรื่องการละเมิดกฎระหว่างปี 2009 ถึง 2018
จากนั้นคดีถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการอิสระเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหา ก่อนจะมีการเปิดเผยผลว่า ซิตี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิด 114 จาก 115 ข้อหา
อย่างไรก็ตาม บทลงโทษยังไม่ถูกประกาศ และสโมสรก็เตรียมเดินหน้าอุทธรณ์ ดังนั้นผลกระทบสุดท้ายต่อทีมจึงยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้
สำหรับภาพรวมของคำตัดสิน รวมถึงรายละเอียดของข้อกล่าวหาและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น สามารถอ่านต่อจากบทความภายในเว็บไซต์ได้ที่ รายละเอียดคดีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
สโมสรพรีเมียร์ลีกอื่นกำลังจับตาเรื่องนี้
เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะ ซิตี้ เท่านั้น เพราะ เดอะ แอธเลติก รายงานเพิ่มเติมว่า สโมสรพรีเมียร์ลีกบางแห่งกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายหลังคำตัดสินถูกเปิดเผย
หนึ่งในสโมสรที่กำลังประเมินผลกระทบคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งดำเนินการประเมินภายในเพื่อดูว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นมีมากน้อยเพียงใด และมีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาของ ซิตี้ หรือไม่
นอกจากนี้ สโมสรคู่แข่งรายอื่นก็อาจติดตามสถานการณ์ต่อไป โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอันดับพรีเมียร์ลีก รายได้ และโควตาการแข่งขันฟุตบอลยุโรป
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบในภาพรวม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ วันที่คำตัดสินเปลี่ยนทุกอย่างสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ข้อมูลจากต้นทางและกระบวนการอุทธรณ์
รายงานต้นทางของบทสัมภาษณ์และข้อมูลเกี่ยวกับคำตัดสินถูกเผยแพร่โดย เดอะ แอธเลติก ซึ่งสามารถอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ รายงานของเดอะ แอธเลติกเกี่ยวกับคำตัดสินคดี แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ในส่วนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระบวนการยังไม่จบ เพราะบทลงโทษยังไม่ได้ข้อสรุป และสโมสรคาดว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน หากกระบวนการอุทธรณ์ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ ก็อาจมีประเด็นทางกฎหมายเพิ่มเติมจากสโมสรคู่แข่งที่เชื่อว่าตัวเองได้รับผลกระทบทางการเงิน
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันศุกร์จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของช่วงใหม่ในคดีที่ลากยาวมาหลายปี
บทสรุป: โรดรี้ยังเชื่อแมนซิตี้ เพราะอะไร?
ท้ายที่สุดแล้ว โรดรี้ ไม่ได้บอกว่าคดีนี้ไม่สำคัญ และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธความจำเป็นของกฎทางการเงิน เขาเพียงยืนยันว่าจากประสบการณ์ตรงตลอด 7 ปีที่อยู่กับสโมสร เขายังคงเชื่อในสิ่งที่ผู้บริหารเคยสื่อสารกับนักเตะ
สำหรับเขา ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเพียงไม่กี่คน แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของนักเตะ ทีมงาน ผู้บริหาร และพนักงานจำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์เมื่อปี 2020 ที่ ซิตี้ เคยชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ ก็ทำให้เขายังไม่รีบเปลี่ยนมุมมอง แม้ครั้งนี้สถานการณ์จะรุนแรงกว่ามากก็ตาม
ตอนนี้บทลงโทษยังไม่ออก และการอุทธรณ์ยังรออยู่ข้างหน้า เพราะฉะนั้น เรื่องราวของสโมสรยังไม่ถึงบทสุดท้าย
สิ่งที่ชัดเจนคือ ในวันที่อดีตต้นสังกัดกำลังเผชิญกับคำตัดสินครั้งสำคัญ โรดรี้ เลือกยืนอยู่บนหลักคิดเดิมของตัวเอง นั่นคือเชื่อในสโมสรจนกว่าจะมีข้อสรุปสุดท้ายจากกระบวนการทางกฎหมาย


