เชลซี แอสตัน วิลล่า ทำไมซื้อขายกันบ่อย และ เอเมรี่ มองอย่างไร?

BK8 – เชลซี แอสตัน วิลล่า กลายเป็นหนึ่งในคู่สโมสรที่ทำธุรกิจซื้อขายนักเตะร่วมกันมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และสถานการณ์ล่าสุดยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสองทีมถูกพูดถึงมากขึ้น หลังเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนตินา ย้ายจากแอสตัน วิลล่าไปเชลซี – แทงบอลดีลดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากนิโกล่าส์ แจ็คสันย้ายในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้จำนวนดีลระหว่างทั้งสองสโมสรเพิ่มขึ้นเป็น 8 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 4 ปี

แต่สำหรับอูไน เอเมรี่ เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าเชลซีและแอสตัน วิลล่ามี “ความสัมพันธ์ที่ดี” ต่อกันอย่างที่บางคนอาจเข้าใจ

ผู้จัดการทีมแอสตัน วิลล่าพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่าทั้งสองสโมสรเป็นคู่แข่งกันในสนาม และสิ่งที่เกิดขึ้นนอกสนามเป็นเรื่องของการซื้อขายนักเตะและเงินเป็นหลัก

เอเมรี่บอกชัด นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดี แต่คือธุรกิจ

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเชลซีกับแอสตัน วิลล่า หลังมีการซื้อขายผู้เล่นระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง เอเมรี่ตอบแบบไม่อ้อมค้อม

“ความสัมพันธ์ที่ดีอย่างนั้นหรือ? พวกเขาต้องการฆ่าเรา และเราก็ต้องการฆ่าพวกเขา!”

เอเมรี่ยังอธิบายต่อว่า การที่วิลล่ามีนักเตะที่เชลซีต้องการ หรือวิลล่าสามารถดึงนักเตะจากเชลซีไปร่วมทีม ไม่ได้หมายความว่าสองสโมสรเป็นพันธมิตรกัน

“เรามีนักเตะที่ดี และเราสามารถเซ็นนักเตะจากพวกเขาได้ มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดี มันคือดีลเพื่อเงินและดีลเพื่อผู้เล่น”

เขายังพูดถึงมาร์ติเนซและมอร์แกน โรเจอร์สในเชิงบวก แต่ยอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับเชลซี

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้สะท้อนมุมมองของเอเมรี่ได้ชัดเจนว่า แม้สองสโมสรจะทำธุรกิจร่วมกันมาก แต่เมื่ออยู่ในสนาม ทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องการเอาชนะกันเหมือนเดิม

มาร์ติเนซคือดีลที่ 8 ระหว่าง เชลซี แอสตัน วิลล่า

การย้ายของเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลายเป็นดีลล่าสุดในชุดการซื้อขายระหว่างสองสโมสรในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ นิโกล่าส์ แจ็คสันย้ายจากเชลซีมายังแอสตัน วิลล่าด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ ในช่วงซัมเมอร์เดียวกัน มอร์แกน โรเจอร์สก็ย้ายจากวิลล่าไปเชลซีด้วยค่าตัวสูงถึง 117 ล้านปอนด์ ขณะที่อเลฮานโดร การ์นาโช่ย้ายสวนทางมายังวิลล่าด้วยสัญญายืมตัว พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อที่อาจทำให้มูลค่ารวมอยู่ราว 43 ล้านปอนด์

ก่อนหน้านี้ยังมีการซื้อขายของเอียน มัตเซ่น, โอมาริ เคลลีแมน และอักเซล ดิซาซี รวมถึงคาร์นีย์ ชุควูเมก้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการซื้อขายระหว่างสองสโมสรในช่วงหลัง

หากมองเฉพาะตัวเลขจำนวนดีล ทั้งสองทีมไม่มีคู่ไหนในพรีเมียร์ลีกที่มีการย้ายผู้เล่นระหว่างกันมากกว่านี้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

เชลซีและแอสตัน วิลล่าทำธุรกิจซื้อขายนักเตะร่วมกัน
เชลซีและแอสตัน วิลล่ากลายเป็นคู่สโมสรที่ทำธุรกิจซื้อขายนักเตะร่วมกันมากที่สุดคู่หนึ่งในพรีเมียร์ลีก

เชลซีจ่ายให้วิลล่ามากกว่าหนึ่งร้อยล้านปอนด์

นับตั้งแต่ปี 2022 เชลซีจ่ายเงินให้แอสตัน วิลล่าไปแล้วประมาณ 163.5 ล้านปอนด์ สำหรับผู้เล่นที่ย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ในทางกลับกัน แอสตัน วิลล่าใช้เงินประมาณ 102.5 ล้านปอนด์กับผู้เล่นจากเชลซี รวมค่าธรรมเนียมการยืมตัวของดิซาซีด้วย

และตัวเลขของฝั่งวิลล่ายังสามารถเพิ่มขึ้นไปถึงราว 150.5 ล้านปอนด์ หากเงื่อนไขบางอย่างในดีลการ์นาโช่ถูกทำให้ครบถ้วนและเปลี่ยนการย้ายแบบยืมตัวให้เป็นการย้ายถาวร

เชลซีจึงยังเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้วิลล่ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ในอีกมุมหนึ่ง วิลล่าก็สามารถใช้เงินจากการขายนักเตะรายสำคัญกลับไปลงทุนในตลาดซื้อขายได้อย่างต่อเนื่อง

จำนวนดีลของเชลซีในตลาดพรีเมียร์ลีกโดดเด่นมาก

หากนับทุกการย้ายทีมทั้งแบบถาวรและยืมตัวระหว่างสโมสรพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2022 โดยจำกัดเฉพาะทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาดังกล่าว จะพบว่าเชลซีมีสถิติทำธุรกิจกับหลายทีมอย่างโดดเด่น

เชลซีทำดีลกับแอสตัน วิลล่าถึง 8 ครั้ง และยังมีจำนวนเท่ากันกับไบรท์ตันอีก 8 ครั้ง

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดและน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ตามมาเป็นอันดับถัดไปด้วย 6 ดีล ขณะที่อาร์เซน่อลและเชลซีอยู่ในกลุ่มที่มีการทำธุรกิจร่วมกันมากเช่นกัน

เชลซีปรากฏอยู่ใน 6 คู่จาก 10 คู่ที่ทำธุรกิจระหว่างกันมากที่สุด แสดงให้เห็นถึงขนาดของการซื้อขายนักเตะที่สโมสรดำเนินการมาตลอดยุคการบริหารของกลุ่มทุนบลูโค

ทำไมเชลซีจึงทำธุรกิจซื้อขายกับวิลล่าบ่อย?

เหตุผลหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองสโมสร

เบห์ดาด เอกบาลี เจ้าของร่วมของเชลซี และนาสเซฟ ซาวีริส เจ้าของแอสตัน วิลล่า มีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ใกล้ชิด และมีการพูดคุยกันโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายนักเตะ

ความสัมพันธ์นี้ต่อเนื่องผ่านหลายตลาดซื้อขาย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายของโรเจอร์สไปเชลซีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เชลซีไม่ได้เป็นสโมสรเดียวที่ต้องการตัวโรเจอร์ส เพราะอาร์เซน่อลก็สนใจเช่นกัน และสุดท้ายการตัดสินใจย้ายไปสแตมฟอร์ด บริดจ์ก็เป็นการเลือกของตัวนักเตะเอง

ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารคือเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดทุกดีล

กฎของยูฟ่าก็จับตาการซื้อขายระหว่างสโมสรเดียวกัน

จำนวนดีลที่เกิดขึ้นระหว่างสองสโมสรยังมีอีกประเด็นที่ถูกพูดถึง เพราะยูฟ่ามีอำนาจตรวจสอบธุรกรรมการซื้อขายระหว่างสโมสรเดียวกันภายในช่วงเวลา 45 วัน

การ์นาโช่ย้ายไปแอสตัน วิลล่าในรูปแบบยืมตัวเพียง 2 วันหลังจากโรเจอร์สเซ็นสัญญากับเชลซี ขณะที่ดีลแจ็คสันย้ายถาวรเกิดขึ้น 38 วันหลังจากดีลโรเจอร์ส

อย่างไรก็ตาม การที่ดีลเหล่านี้เกิดขึ้นใกล้กันในเรื่องของเวลา ไม่ได้แปลว่าดีลต่าง ๆ มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง และยังไม่มีข้อกล่าวหาว่าสโมสรใดทำผิดกฎ

ฝั่งแอสตัน วิลล่าสามารถชี้ให้เห็นว่าพวกเขาสนใจแจ็คสันมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะเพราะเอเมรี่เคยร่วมงานกับเขาที่บียาร์เรอัล

ส่วนเชลซีก็สามารถอธิบายได้ว่าพวกเขาสนใจมาร์ติเนซด้วยเหตุผลด้านฟุตบอล และการเจรจาก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับดีลก่อนหน้านั้น

ดีลมาร์ติเนซกับเชลซีไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ

มาร์ติเนซเองก็เคยตกเป็นข่าวว่าจะย้ายไปยูเวนตุสในช่วงตลาดซื้อขายรอบนี้ แต่ดีลดังกล่าวไม่เกิดขึ้น หลังมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือเข้ามาเป็นอุปสรรค

เมื่อข้อเสนอจากอิตาลีไม่เกิดขึ้น เชลซีจึงกลายเป็นจุดหมายใหม่ของผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนตินา

สำหรับเชลซี การได้มาร์ติเนซเพิ่มเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตู ขณะที่สำหรับวิลล่า การย้ายครั้งนี้ช่วยเปิดทางให้สโมสรเดินหน้าปรับขุมกำลังและโครงสร้างทีมต่อไป

ทำไมสโมสรพรีเมียร์ลีกถึงนิยมซื้อผู้เล่นจากคู่แข่งร่วมลีก?

เรื่องการซื้อขายนักเตะภายในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเชลซีกับวิลล่า แต่มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้การซื้อขายภายในประเทศน่าสนใจ

เหตุผลสำคัญคือเรื่องเงิน

สโมสรพรีเมียร์ลีกส่วนใหญ่มีอำนาจทางการเงินมากกว่าสโมสรในหลายลีกของยุโรป ดังนั้นเมื่อสโมสรต้องการขายนักเตะราคาแพง ผู้ซื้อที่มีศักยภาพมากที่สุดบางครั้งก็คือสโมสรพรีเมียร์ลีกด้วยกันเอง

การซื้อผู้เล่นจากสโมสรในลีกเดียวกันยังช่วยลดความไม่แน่นอนบางส่วน เพราะทีมงานสรรหานักเตะมีข้อมูลเกี่ยวกับนักเตะคนนั้นอยู่แล้ว และสามารถประเมินฟอร์มของเขาในพรีเมียร์ลีกได้โดยตรง

ยังมีเรื่องของความคุ้นเคยกับระดับการแข่งขัน สไตล์การเล่น และการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษอีกด้วย

ดังนั้น การซื้อผู้เล่นจากทีมร่วมลีกจึงมีข้อได้เปรียบในหลายด้าน แม้ว่าราคาจะสูงกว่าการซื้อผู้เล่นจากต่างประเทศในบางกรณีก็ตาม

แต่ความถี่ของ เชลซี วิลล่า ก็ยังโดดเด่น

แม้การซื้อขายภายในพรีเมียร์ลีกจะเป็นเรื่องปกติ แต่จำนวนดีลระหว่างเชลซีกับแอสตัน วิลล่านั้นยังโดดเด่นกว่าคู่สโมสรทั่วไป

สาเหตุไม่ได้มีเพียงเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้บริหาร แต่ยังเกิดจากสถานการณ์ของทั้งสองสโมสรที่ต่างมีความต้องการทางด้านโครงสร้างทีม

เชลซีอยู่ในระบบการบริหารที่เน้นการซื้อขายนักเตะจำนวนมาก ขณะที่วิลล่าก็ต้องปรับทีมภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินและกฎการแข่งขันทั้งในประเทศและยุโรป

เมื่อสองสโมสรมีนักเตะที่ตอบโจทย์กันและสามารถหาข้อตกลงทางการเงินร่วมกันได้ การทำธุรกิจจึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการเจรจากับคู่แข่งที่ไม่มีความคุ้นเคยกัน

ยุคบลูโคทำให้การซื้อขายของเชลซีเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การเข้ามาของกลุ่มทุนบลูโคในปี 2022 ยุติยุคการบริหารของโรมัน อับราโมวิชที่ยาวนาน 19 ปี และนำมาสู่ช่วงเวลาที่เชลซีมีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังอย่างมาก

ตั้งแต่นั้นมา เชลซีทำธุรกรรมเกี่ยวกับนักเตะจำนวนมหาศาล ทั้งการซื้อ การขาย และการปล่อยยืมตัว

แอสตัน วิลล่าจึงกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ได้รับผลจากแนวทางดังกล่าวโดยตรง

การย้ายของชุควูเมก้าในปี 2022 เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรล่าสุด ก่อนจะตามมาด้วยดีลอีกหลายครั้งจนกลายเป็นคู่ธุรกิจที่มีการซื้อขายนักเตะระหว่างกันสูงที่สุดคู่หนึ่งในลีก

ไม่มีข้อกล่าวหาว่าสโมสรทำผิดกฎ เชลซี แอสตัน วิลล่า

การทำธุรกิจจำนวนมากระหว่างสองสโมสรย่อมทำให้เกิดคำถามจากสโมสรอื่นในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกทีมต้องบริหารการเงินให้สอดคล้องกับกฎของการแข่งขันในประเทศและยุโรป

มีแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ผู้บริหารจากหลายสโมสรเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความถี่ของธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างเชลซีกับวิลล่า

แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสโมสรใดฝ่าฝืนกฎ

การตรวจสอบว่าดีลต่าง ๆ มีความเหมาะสมหรือไม่จึงต้องอาศัยรายละเอียดของแต่ละสัญญา มูลค่าการซื้อขาย และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถตัดสินได้จากเพียงจำนวนดีลหรือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นใกล้กัน

เอเมรี่ คิดอย่างไรกับการเสียมาร์ติเนซและโรเจอร์ส?

สำหรับเอเมรี่ แน่นอนว่าการเสียผู้เล่นระดับสำคัญออกจากทีมย่อมไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในนั้นคือมาร์ติเนซ ซึ่งมีประสบการณ์และคุณภาพในระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทีมชาวสเปนเข้าใจว่าฟุตบอลสมัยใหม่มีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก

สโมสรต้องซื้อและขายเพื่อสร้างทีมที่เหมาะกับทิศทางของตัวเอง และบางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดซื้อขายก็ไม่สามารถแยกออกจากเรื่องทางการเงินได้

คำพูดของเอเมรี่จึงไม่ได้หมายความว่าเขามองเชลซีในแง่ลบเป็นพิเศษ แต่เป็นการย้ำว่าเมื่อสองทีมต้องพบกันในสนาม พวกเขายังคงเป็นคู่แข่งกันเต็มตัว

ส่วนตลาดซื้อขายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

บทสรุป: เชลซี แอสตัน วิลล่า เป็นคู่แข่งในสนาม แต่เป็นคู่ค้ากันในตลาด

เชลซี แอสตัน วิลล่า กลายเป็นคู่สโมสรที่มีการซื้อขายนักเตะร่วมกันมากที่สุดคู่หนึ่งในพรีเมียร์ลีกตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีถึง 8 ดีลเกิดขึ้นระหว่างกัน

ตั้งแต่ชุควูเมก้า, มัตเซ่น, เคลลีแมน และดิซาซี ไปจนถึงโรเจอร์ส, การ์นาโช่, แจ็คสัน และมาร์ติเนซ ตลาดซื้อขายระหว่างสองสโมสรยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง

เชลซีเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้วิลล่ามากกว่าหนึ่งร้อยล้านปอนด์ และทั้งสองสโมสรต่างมีเหตุผลด้านฟุตบอลและการเงินในการทำธุรกิจร่วมกัน

ขณะเดียวกัน อูไน เอเมรี่ก็ชัดเจนมากว่าเขาไม่ได้มองเรื่องนี้ในฐานะ “ความสัมพันธ์ที่ดี” แต่เป็นเพียงธุรกิจระหว่างสองสโมสรที่ยังต้องการเอาชนะกันทุกครั้งเมื่อเดินลงสนาม

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนดีลที่เกิดขึ้น แต่คือเหตุผลที่ทั้งสองทีมยังคงกลับมาเจรจากันครั้งแล้วครั้งเล่า

ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ สโมสรอาจเป็นคู่แข่งกันในสนาม และในเวลาเดียวกันก็สามารถเป็นคู่ค้ากันในตลาดซื้อขายได้

ตราบใดที่ตัวเลขเหมาะสม นักเตะเหมาะสม และทุกฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการ

ส่วนเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม — เชลซีต้องการชนะวิลล่า และวิลล่าก็ต้องการชนะเชลซี

อ่านข่าวเชลซีและแอสตัน วิลล่าเพิ่มเติม

ติดตามข่าวซื้อขายนักเตะ ข่าวพรีเมียร์ลีก และบทวิเคราะห์ฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่

ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์

อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวภายนอก:

ข่าวฟุตบอล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด