จอห์น เทอร์รี่ เตือน เชลซี ก่อนเจอ อาร์เซน่อล ชี้เสีย 5 ลูกจาก 2 เกมยังดีไม่พอ
เชลซียังคงรักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลใหม่ หลังเอาชนะไบรท์ตัน 4-3 ในเกมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่แม้ผลการแข่งขันจะออกมาในทางที่ดี เทอร์รี่กลับมองว่าการเสียถึง 5 ประตูจากสองเกมแรกไม่ใช่สิ่งที่ทีมซึ่งต้องการลุ้นแชมป์สามารถปล่อยผ่านได้
ด้านหนึ่ง เชลซีกำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแนวรุกที่ดูน่าตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย โคล พาล์มเมอร์ เริ่มกลับมาใกล้เคียงฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเอง และสร้างความเข้าใจกับ มอร์แกน โรเจอร์ส ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ ชูเอา เปโดร ก็เริ่มทำให้แฟนบอลรู้สึกว่าทีมอาจค้นหากองหน้าหมายเลข 9 ที่ไว้ใจได้เจอแล้ว
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาเกมรับเดิมยังคงอยู่ แม้จะมี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เข้ามาเป็นผู้รักษาประตูคนใหม่ และลงสนามทันทีในเกมพบไบรท์ตัน
สำหรับเทอร์รี่ นี่คือเรื่องที่ชาบี อลอนโซ่จำเป็นต้องใช้เวลาในสนามซ้อมเพื่อแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะก่อนต้องเผชิญหน้ากับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างอาร์เซน่อล
เทอร์รี่ยอมรับแนวรุกดี แต่เกมรับยัง “ไม่ดีพอ”
เทอร์รี่ไม่ได้ปฏิเสธว่าเชลซีทำเกมรุกได้น่าประทับใจ เขามองว่าทีมมีศักยภาพในการสร้างปัญหาให้คู่แข่งอย่างมากตลอดฤดูกาลที่เหลือ
แต่สำหรับอดีตกองหลังระดับตำนานของสโมสร เขามองว่าการยิงประตูมากมายไม่สามารถชดเชยการเสียประตูง่ายได้ตลอดทั้งฤดูกาล
เทอร์รี่กล่าวผ่านช่องของตัวเองว่า เกมรุกของเชลซีทำได้ดีมาก แต่ทีมจำเป็นต้องหันกลับมามองเกมรับ และใช้ช่วงเวลาที่เหลือในสัปดาห์เพื่อปรับปรุงจุดนี้
“การเล่นเกมรุกดีแค่ไหนก็ตาม ผมคิดว่าเราต้องมองกลับไปที่เกมรับ และผมมั่นใจว่าผู้จัดการทีมจะทำแบบนั้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
ประเด็นที่เทอร์รี่เน้นย้ำอย่างชัดเจนคือ ตัวเลข 5 ประตูจาก 2 เกม
“เสียไปห้าประตูจากสองเกม มันไม่ดีพอจริง ๆ เราต้องทำให้แนวรับแน่นขึ้นอย่างแน่นอน และผมคิดว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมีมาร์ติเนซเข้ามา”
มุมมองนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาล เพราะเชลซียิงประตูได้ถึง 7 ลูกจากสองเกม แต่กลับเสียไปแล้ว 5 ลูก ทำให้หลายเกมมีลักษณะเปิดแลกและเต็มไปด้วยความเสี่ยง
สำหรับทีมที่ต้องการก้าวขึ้นไปแข่งขันกับอาร์เซน่อลและทีมชั้นนำอื่น ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องแก้โดยเร็ว

อลอนโซ่ยังต้องหาความลงตัวในแนวรับ
หนึ่งในความซับซ้อนของงานของอลอนโซ่คือ เขายังไม่ได้มีโอกาสทำงานกับแนวรับอย่างต่อเนื่องมากนัก
เชลซีใช้ทั้งแผงกองหลังสามคน สี่คน และบางช่วงกลายเป็นโครงสร้างห้าคนตามสถานการณ์ของเกม ทำให้รายละเอียดในการยืนตำแหน่งและความเข้าใจระหว่างผู้เล่นยังต้องใช้เวลา
เทอร์รี่เองยอมรับว่าอลอนโซ่ยังไม่ได้มีเวลามากพอในการทำงานเรื่องเหล่านี้ เพราะผู้เล่นหลายคนเพิ่งกลับมาจากฟุตบอลโลก
“ไม่ว่าจะเป็นกองหลังสามหรือสี่คน หรือบางครั้งเป็นห้าคน เขายังไม่ได้มีเวลามากนักกับผู้เล่น เพราะหลายคนเพิ่งกลับมาจากฟุตบอลโลก”
นั่นหมายความว่าในช่วงสัปดาห์ที่ไม่มีเกมกลางสัปดาห์ อลอนโซ่ควรใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า โดยเฉพาะการซ้อมเกมรับและการทำความเข้าใจเรื่องตำแหน่งเมื่อทีมเสียบอล
เทอร์รี่เชื่อว่าผู้จัดการทีมคนใหม่จะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อทำงานด้านดังกล่าวอย่างจริงจัง
การมาของมาร์ติเนซอาจช่วยเรื่องความนิ่งและความเป็นผู้นำ
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญล่าสุดของเชลซีคือการดึง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เข้ามาจากแอสตัน วิลล่า
ผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนตินาถูกส่งลงสนามทันทีในเกมพบไบรท์ตัน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการยืนยันการย้ายทีมอย่างเป็นทางการ
ในเกมดังกล่าว ไม่มีประตูไหนที่ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดโดยตรงของมาร์ติเนซ และภาพรวมของเขาจึงค่อนข้างน่าพอใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้รักษาประตูคนก่อน
ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ต ซานเชซ มีส่วนกับความผิดพลาดในเกมชนะฟูแล่ม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สโมสรตัดสินใจเดินหน้าเพื่อมาร์ติเนซ
เทอร์รี่จึงมองว่าการได้ผู้รักษาประตูที่ผ่านการแข่งขันระดับสูงและประสบการณ์คว้าแชมป์กับทีมชาติมาแล้ว อาจช่วยให้แนวรับเชลซีมีความมั่นใจและความนิ่งมากขึ้น
มาร์ติเนซต้องนำ “คาแรกเตอร์” เข้ามาในแนวรับ
ชาบี อลอนโซ่เองก็พูดถึงจุดแข็งของมาร์ติเนซในลักษณะเดียวกัน
“เขาเป็นแชมป์โลก อายุ 34 ปี และมีประสบการณ์มากมายในทุกด้าน”
อลอนโซ่มองว่าการเข้ามาของมาร์ติเนซไม่ได้มีความสำคัญเพียงเรื่องการเซฟประตู แต่ยังรวมถึงบุคลิกและอิทธิพลที่สามารถส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีม
เขาเพิ่งอยู่กับทีมประมาณ 48 ชั่วโมง แต่อลอนโซ่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงบุคลิกของผู้รักษาประตูรายนี้มากขึ้น
“เขามีคาริสม่า มีออร่า และมีความสามารถในการสร้างอิทธิพล รวมถึงสร้างความเชื่อมโยงที่ดีมากกับผู้เล่นคนอื่นในทีม”
สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่เชลซีอาจต้องการอย่างมากในช่วงเวลานี้ เพราะแนวรับของทีมยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และต้องการผู้นำที่สามารถช่วยจัดระเบียบผู้เล่นรอบตัวได้
โรเบิร์ต ซานเชซกำลังเผชิญอนาคตที่ไม่แน่นอน
การมาของมาร์ติเนซทำให้อนาคตของซานเชซกับเชลซีน่าเป็นห่วงมากขึ้น
ผู้รักษาประตูชาวสเปนไม่ได้อยู่ในทีมในเกมกับไบรท์ตัน และสถานะของเขาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ เชลซีเคยมองว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นจุดอ่อนสุดท้ายที่ต้องแก้ หลังจากปรับโครงสร้างทีมในช่วงตลาดซื้อขาย
แต่หลังจากมาร์ติเนซเข้ามา มันกลายเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดมากขึ้น
เจมี คาร์ราเกอร์ถึงขั้นมองก่อนหน้านี้ว่าเป็นเรื่อง “เป็นไปไม่ได้” ที่เชลซีจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้หากยังใช้ซานเชซเป็นผู้รักษาประตูหลัก
นั่นสะท้อนว่าความคาดหวังของทีมกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องการเพียงผู้รักษาประตูที่ช่วยสร้างเกมจากด้านหลัง กลายเป็นความต้องการผู้รักษาประตูที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับแนวรับได้ด้วย

แต่ปัญหาของเชลซีไม่ได้อยู่ที่ผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดจากคำเตือนของเทอร์รี่
ต่อให้มาร์ติเนซสามารถยกระดับผลงานของตัวเองได้ทันที เขาก็ไม่สามารถแก้ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นหน้าประตูเพียงลำพัง
หากกองหลังยังเสียตำแหน่ง หากแดนกลางยังเปิดพื้นที่ หรือทีมยังไม่สามารถควบคุมเกมได้ การเปลี่ยนผู้รักษาประตูก็ช่วยได้เพียงบางส่วน
อลอนโซ่จึงจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแนวรับทั้งแผง ไม่ใช่เพียงการปรับคนเฝ้าเสา
นั่นหมายถึงการทำให้กองหลังเข้าใจว่าควรยืนตรงไหนเมื่อต้องตั้งรับ การขยับขึ้นพร้อมกันเมื่อพยายามดันแนวรับ และการรู้ว่าผู้เล่นคนไหนต้องเป็นตัวซ้อนเมื่อเพื่อนร่วมทีมถูกลากออกจากตำแหน่ง
อาร์เซน่อลคือบททดสอบที่หนักที่สุดในช่วงต้นฤดูกาล
คำเตือนของเทอร์รี่ยิ่งมีความสำคัญเพราะคู่แข่งรายต่อไปคืออาร์เซน่อล
นี่ไม่ใช่ทีมที่เชลซีสามารถปล่อยให้มีพื้นที่หรือเปิดโอกาสให้เข้าทำง่าย ๆ ได้
เทอร์รี่มองว่าอาร์เซน่อลเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเกมเยือนครั้งนี้จึงจะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทีมอลอนโซ่
“เรามีเกมใหญ่รออยู่กับแชมป์อย่างอาร์เซน่อล มันจะเป็นเกมที่ใหญ่มากและเป็นบททดสอบครั้งใหญ่”
สำหรับเชลซี เกมนี้จะช่วยตอบคำถามได้มากกว่าสองเกมแรก เพราะพวกเขาจะได้รู้ว่าระบบใหม่สามารถรับมือกับทีมที่มีคุณภาพสูงและสามารถลงโทษความผิดพลาดได้รวดเร็วแค่ไหน
หากพวกเขายังคงปล่อยให้คู่แข่งสร้างโอกาสง่าย ๆ เหมือนในสองเกมแรก เกมที่เปิดแลกอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที
ข้อดีคือเชลซีมีเวลาซ้อมมากขึ้น
ในมุมของเทอร์รี่ เชลซีมีข้อได้เปรียบอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือพวกเขามีช่วงเวลาหลายวันเต็มสำหรับการฝึกซ้อมก่อนเกมกับอาร์เซน่อล
ไม่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์มาขัดจังหวะ อลอนโซ่จึงสามารถใช้เวลาเหล่านี้เพื่อเจาะลึกรายละเอียดเกมรับได้มากกว่าปกติ
ทั้งการยืนตำแหน่งของแนวรับ การป้องกันพื้นที่ การสื่อสารระหว่างผู้เล่น และการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนจากเกมรุกเป็นเกมรับ
นี่คือสิ่งที่เทอร์รี่อยากเห็นมากที่สุด
“ผู้จัดการทีมมีเวลาและพื้นที่ประมาณห้าวันในการทำงานกับเกมรับ เพราะอาร์เซน่อลมีประตูในทีมและเป็นทีมที่ดีมาก”
เมื่อรวมกับการมาของมาร์ติเนซ เชลซีจึงมีโอกาสเริ่มสร้างโครงสร้างเกมรับใหม่ตั้งแต่สัปดาห์นี้
แนวรุกน่าตื่นเต้น แต่เชลซีต้องควบคุมเกมให้ได้
จุดแข็งของเชลซีในตอนนี้ชัดเจนมาก
พาล์มเมอร์กำลังกลับมามีความมั่นใจ โรเจอร์สเข้ามาเพิ่มความสามารถในการสร้างสรรค์เกม ขณะที่ชูเอา เปโดรดูเหมือนจะเป็นผู้เล่นที่สามารถตอบโจทย์ในตำแหน่งกองหน้าตัวกลางได้
หากมองเฉพาะศักยภาพในการทำประตู เชลซีมีเหตุผลมากมายให้แฟนบอลมองโลกในแง่ดี
แต่ทีมที่ต้องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกจำเป็นต้องทำมากกว่าการยิงประตูให้มากกว่าคู่แข่ง
พวกเขาต้องควบคุมจังหวะเกม ลดความเสี่ยง และรู้ว่าช่วงเวลาไหนควรเร่งเกมกับช่วงเวลาไหนต้องลดความเร็วลง
หากเชลซีปล่อยให้เกมกลายเป็นการแลกหมัดตลอด 90 นาที พวกเขาอาจเอาชนะคู่แข่งที่มีแนวรุกไม่คมพอได้ แต่เมื่อเจอทีมระดับอาร์เซน่อล ความผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้งอาจมีต้นทุนสูงมาก

ทำไมเกมกับอาร์เซน่อลถึงสำคัญกับอลอนโซ่
อลอนโซ่กำลังเริ่มสร้างเชลซีในแบบของตัวเอง และสองเกมแรกให้ทั้งสัญญาณบวกและลบในเวลาเดียวกัน
สัญญาณบวกคือทีมยิงได้ถึง 7 ประตูและชนะทั้งสองนัด
สัญญาณลบคือพวกเขาเสียถึง 5 ประตู และมีช่วงที่เสียการควบคุมเกมอย่างชัดเจน
เกมกับอาร์เซน่อลจะเป็นโอกาสแรก ๆ ที่จะเห็นว่าอลอนโซ่สามารถยกระดับความสมดุลได้หรือไม่
ถ้าเชลซีสามารถป้องกันได้แน่นขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความอันตรายในแดนหน้าได้ นั่นจะทำให้ภาพของทีมที่มีโอกาสลุ้นพื้นที่หัวตารางดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
แต่หากแนวรับยังเปิดพื้นที่แบบเดิม การชนะสองเกมแรกอาจถูกมองว่าเป็นเพียงการเริ่มต้นที่ได้ผลลัพธ์ดี แต่ยังมีคำถามด้านโครงสร้างจำนวนมากรออยู่
บทสรุป: มาร์ติเนซแก้ได้หนึ่งจุด แต่อลอนโซ่ต้องแก้ทั้งระบบ
คำเตือนของจอห์น เทอร์รี่ตรงประเด็นมาก เพราะปัญหาของเชลซีในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าทีมทำประตูได้หรือไม่
พวกเขาทำได้ถึง 7 ประตูจากสองเกม และเกมรุกกำลังสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลอย่างชัดเจน
คำถามคือจะรักษามาตรฐานนั้นไว้ได้อย่างไรโดยไม่ต้องเสียประตูจำนวนมากตามไปด้วย
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซสามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์ บุคลิก และความนิ่งให้กับแนวรับได้ และการที่เขาเข้ามายึดตำแหน่งทันทีแสดงให้เห็นว่าอลอนโซ่มองเขาเป็นส่วนสำคัญของแผนงาน
แต่ผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งระบบได้
เชลซีต้องทำให้แนวรับเข้าใจหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น ต้องปรับสมดุลระหว่างกองหลังสามคน สี่คน หรือห้าคนให้ชัดเจน และต้องทำให้แดนกลางช่วยป้องกันพื้นที่ด้านหลังได้ดีขึ้น
ทั้งหมดนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนเกมกับอาร์เซน่อล
เพราะในสายตาของเทอร์รี่ อาร์เซน่อลคือทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก และการเจอทีมระดับนี้จะทำให้ทุกจุดอ่อนของเชลซีถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นสิ่งที่เชลซีต้องการจากมาร์ติเนซอาจไม่ใช่แค่การเซฟประตู
พวกเขาต้องการผู้นำที่ช่วยทำให้แนวรับนิ่งขึ้น
และสิ่งที่อลอนโซ่ต้องทำต่อจากนี้คือเปลี่ยนความได้เปรียบด้านเกมรุกให้กลายเป็นทีมที่มีความสมดุลทั้งสองด้านของสนาม
ชนะสองเกมแรกเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่การเสีย 5 ประตูจาก 2 เกมยังเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะเมื่อบททดสอบครั้งต่อไปคือทีมที่ถูกมองว่าเป็นเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก
เกมกับอาร์เซน่อลอาจเป็นคำตอบแรกว่า เชลซีของอลอนโซ่พร้อมก้าวขึ้นไปท้าทายทีมระดับบนจริงหรือไม่
อ่านข่าวเชลซีและพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติม
ติดตามข่าวเชลซี ข่าวชาบี อลอนโซ่ ข่าวเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ และบทวิเคราะห์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์
อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอก:
ข่าวฟุตบอล

