‘ผมทุ่มเททุกสิ่งที่มีให้กับสโมสรแห่งนี้’: แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนอำลาลิเวอร์พูล พร้อมความทรงจำแห่งรอยยิ้มและคราบน้ำตา
BK8 – ‘ผมทุ่มเทเกิน 100% ให้ที่นี่เสมอ’: บทสัมภาษณ์สั่งลา ‘แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน’ กับ 9 ปีแห่งความทรงจำที่แอนฟิลด์ – แทงบอล
วันอาทิตย์นี้จะเป็นวันแห่งความทรงจำที่ผสมปนเปไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กำลังเตรียมตัวลงสนามในสีเสื้อลิเวอร์พูลเป็นนัดสุดท้าย เพื่อเผชิญหน้ากับ เบรนท์ฟอร์ด ที่แอนฟิลด์
ก่อนการอำลาอย่างเป็นทางการ แบ็กซ้ายชาวสกอตติชวัย 32 ปี ได้นั่งลงพูดคุยกับสื่อมวลชนเมอร์ซีย์ไซด์ เพื่อสะท้อนความรู้สึกถึง 9 ปีที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์และความสูญเสียอันเจ็บปวด และนี่คือบทสนทนาที่น่าประทับใจที่สุดของเขา…
Q: คุณรู้สึกเสียใจที่มันกำลังจะจบลง หรือภูมิใจกับสิ่งที่ผ่านมามากกว่ากัน? โรเบิร์ตสัน: รู้สึกทั้งสองอย่างครับ ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทบทวนตัวเองมากกว่าที่เคยทำ และผมคิดว่าไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่า ผมได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ไปแล้ว
ตอนที่ผมก้าวเข้ามาที่นี่ครั้งแรก สิ่งที่ผมสัญญาไว้กับตัวเองคือ ‘ผมจะทุ่มเท 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆ วัน เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด’ นั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดครับ
Q: คุณปรึกษาใครบ้างก่อนตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องอำลาทีมแล้ว? โรเบิร์ตสัน: ภรรยาของผมครับ เธอคือคนแรกสุด ผมเป็นคนที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ต่อหน้าสาธารณชน แต่เธอคือคนที่ต้องเผชิญกับมันในมุมส่วนตัว เพื่อสนับสนุนให้ผมได้ทำตามความฝัน นอกจากนี้ผมก็คุยกับเพื่อนสนิทอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
มันเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผมกับสโมสร ผมชัดเจนว่าผมยังไม่พร้อมที่จะนั่งเป็นตัวสำรอง ผมยังอายุแค่ 32 และผมยังมีเป้าหมายที่อยากจะทำให้สำเร็จอีกมาก ซึ่งมันอาจจะไม่สอดคล้องกับทิศทางของทีมที่นี่ และนั่นนำมาซึ่งการไม่มีข้อเสนอต่อสัญญาใหม่เข้ามา ผมจากไปโดยไม่มีความรู้สึกเสียใจหรือขมขื่นใดๆ ทั้งสิ้น ผมมีความสุขมากกับเส้นทางที่ผ่านมา
Q: การได้กล่าวคำอำลาแฟนบอลมีความหมายกับคุณแค่ไหน? โรเบิร์ตสัน: มันมีความหมายมากครับ โดยเฉพาะกับครอบครัวและลูกๆ ของผม ผมดีใจนะที่ไม่ได้เป็นแค่คนเดียวที่กำลังจะอำลาทีม ผมยังแอบหวังเลยว่าเพื่อนชาวอียิปต์ของเรา (โมฮาเหม็ด ซาลาห์) จะดึงดูดสปอตไลต์ไปให้หมด ผมจะได้แอบเนียนๆ ไปกับเขาได้ (หัวเราะ)
และอีกอย่าง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ‘เฮนโด้’ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งปัจจุบันเล่นให้เบรนท์ฟอร์ด) จะได้รับการยืนปรบมือ (Ovation) อย่างสมเกียรติในวันอาทิตย์นี้ เขาทำเพื่อสโมสรแห่งนี้มามากมาย การจากไปของเขาอาจจะไม่สวยงามนัก ผมหวังว่าแฟนๆ จะแสดงความขอบคุณต่ออดีตกัปตันที่ทำให้ความสำเร็จเหล่านั้นเป็นไปได้ รวมถึง ควีวิน เคลเลเฮอร์ ด้วยเช่นกัน
Q: ย้อนกลับไปตอนย้ายมาใหม่ๆ คุณเคยคิดไหมว่าถ้าคุณไม่ไปเคาะประตูห้อง เยอร์เก้น คล็อปป์ เพื่อขอโอกาส ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร? โรเบิร์ตสัน: ผมคิดนะ เอาจริงๆ ตอนนั้นผมกลัวจนฉี่จะราดเลยล่ะ! (หัวเราะ) แต่มันถึงจุดที่ผมต้องพูดอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้ไปหาเรื่องนะ ผมแค่ถามเขาว่า ‘ผมต้องทำยังไงถึงจะได้อยู่ในทีมของคุณ?’
ผมมาจากฮัลล์ ซิตี้ ทีมที่เน้นตั้งรับลึก แต่ลิเวอร์พูลต้องการแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุดและครองบอล 80% มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของผม หลังจากคุยกันวันนั้น ผมบอกตัวเองว่า ‘ฉันอยู่ที่สโมสรลิเวอร์พูลนะ ฉันจะทำทุกทางเพื่อให้มันออกมาดี’
Q: แฟนบอลจดจำช็อตที่คุณวิ่งไล่เพรสซิ่งใส่นักเตะแมนฯ ซิตี้ ครึ่งทีมเมื่อปี 2018 ได้เป็นอย่างดี… โรเบิร์ตสัน: จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดว่าช็อตนั้นมันไม่ฟาวล์นะ! ผมหงุดหงิดนิดหน่อยเวลาดูคลิปนั้น (หัวเราะ) แต่นั่นคือจังหวะที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ‘ฉันคู่ควรที่จะอยู่ที่นี่’ ผมมองย้อนกลับไปด้วยรอยยิ้ม เพราะมันคือจังหวะที่ทำให้ผมได้มานั่งอยู่ตรงนี้ในอีก 9 ปีต่อมา
Q: อะไรคือเหตุการณ์ที่คุณจะจดจำไปตลอดกาล? โรเบิร์ตสัน: มีเยอะมากครับ แต่นัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก (ปี 2019) คือที่สุดแล้ว ทั้งวันนั้น คืนนั้น และขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ นั่นคือ 24-48 ชั่วโมงที่ดีที่สุดในชีวิตผม (ยกเว้นเรื่องลูกกับงานแต่งงานของผมนะ ต้องขอบันทึกไว้ก่อน!) และการได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อหน้าแฟนบอลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก็มีความหมายกับผมมากๆ เช่นกัน
Q: แล้วลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันล่ะ รู้สึกแตกต่างไปจากเดิมไหม? โรเบิร์ตสัน: ในแง่ของสโมสรที่เรากำลังจะจากมา ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับปี 2017 ครับ เราอยู่ใน ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน’ (Transition)
ปีนี้มีหลายอย่างที่ไม่เป็นใจให้เราเลย เราหลีกหนีความจริงไม่ได้ สิ่งที่เราต้องเผชิญเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว (การเสียชีวิตของ ดิโอโก้ โชต้า)… ผมหวังว่าจะไม่มีทีมไหนบนโลกนี้ต้องมาเจอความสูญเสียแบบที่เราเจอ ฟุตบอลมันไม่มีความหมายเลยในตอนนั้น พวกเราไม่มีใครอยากซ้อมเลยสักคน นั่นคือความจริง
เรายังต้องก้าวต่อไป เราซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้ามา พวกเขาเก่งและจะมีอนาคตที่สดใสแน่นอน แต่พวกเขาต้องใช้เวลา ส่วนผู้เล่นระดับท็อปบางคน (รวมถึงผม) ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงที่สุดเหมือนเคย เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ฤดูกาลนี้จึงออกมาไม่สม่ำเสมอ
เราเสียประตูง่ายเกินไป แต่สำหรับอนาคต ผมเชื่อว่าในห้องแต่งตัวห้องนั้น มีดีพอที่จะประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง ผมหวังว่าจะเป็นฤดูกาลหน้า พวกเขาจะกลับมาผงาดได้อย่างแน่นอน


