เจาะลึกปรัชญา ‘อันโดนี่ อิราโอล่า’ กุนซือลิเวอร์พูล คนใหม่ กับทฤษฎี แฟรงเกนสไตน์ และเคมีในห้องแต่งตัว
BK8 – ‘ความสุข เคมี และ แฟรงเกนสไตน์’: เบื้องหลังปรัชญาฟุตบอลของ อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือคนใหม่ทัพหงส์แดง – แทงบอล
อันโดนี่ อิราโอล่า ก้าวเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสร ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ หลังจากสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพาทีม บอร์นมัธ จบอันดับที่ 6 ในพรีเมียร์ลีกและคว้าโควตาลุยศึกยูโรปาลีกได้สำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้กุนซือชาวสแปนิชรายนี้โดดเด่น ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานในสนาม แต่ยังรวมถึงมุมมองและความคิดที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่เรื่องของฟุตบอล
ทฤษฎีแฟรงเกนสไตน์ กับการสร้างสรรค์ทีมฟุตบอล
อิราโอล่า เป็นผู้ที่รักการอ่านหนังสือมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะอาชีพในวัย 20 ปี โดยเขามักใช้เวลาว่างระหว่างการเดินทางด้วยรถบัสและเครื่องบินไปกับการอ่านหนังสือเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกฟุตบอลชั่วคราว หนึ่งในหนังสือนวนิยายคลาสสิกที่เขามีความผูกพันคือ ‘แฟรงเกนสไตน์’ (Frankenstein) ของ แมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ถึงขนาดที่เขาเคยเดินทางไปเยี่ยมชมหลุมศพของเธอซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองบอร์นมัธมาแล้ว
กุนซือป้ายแดงของลิเวอร์พูลได้เปรียบเทียบการสร้างทีมฟุตบอลกับการสร้างสรรค์ผลงานในนวนิยายเรื่องนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ:
-
เขาเปรียบเทียบว่าการสร้างบางสิ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ถึงผลกระทบที่จะตามมา อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการสร้างสรรค์ได้
-
แต่ในกระบวนการสร้างสรรค์นั้น โค้ชจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้
-
เขาเชื่อว่าโค้ชต้องกล้าที่จะเสี่ยงและมอบอิสระให้กับผู้เล่น แม้จะไม่รู้ว่าผลผลิตสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
-
ในโลกฟุตบอล ผลที่ตามมาไม่ได้เลวร้ายเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในนวนิยาย อย่างแย่ที่สุดคือการพ่ายแพ้หรือถูกไล่ออก เพราะท้ายที่สุดมันก็เป็นเพียงแค่เกม
-
อิราโอล่ายึดมั่นในคติที่ว่า “หากคุณต้องล้มเหลว คุณก็ต้องล้มเหลวด้วยแนวคิดของตัวคุณเอง”
ปฏิเสธความโกลาหล แต่เน้นอิสระภายใต้โครงสร้าง
แม้ว่า ไทเลอร์ อดัมส์ อดีตลูกทีมของเขาจะเคยนิยามสไตล์การเล่นของทีมหลังจากเกมที่ถล่ม นิวคาสเซิล 4-1 เมื่อเดือนมกราคม 2025 ว่าเป็น “ความโกลาหลที่ควบคุมได้” (controlled chaos) แต่อิราโอล่ากลับยอมรับว่าเขาไม่เห็นด้วยกับคำนี้นัก
เขาอธิบายว่า ภายใต้สไตล์การเล่นของเขานั้น มี “การจัดระเบียบ” ซ่อนอยู่มากกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น โค้ชมีหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานและจุดเริ่มต้นให้กับทีม เพื่อให้ผู้เล่นไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ เขาเชื่อว่าโค้ชเป็นเพียงผู้ช่วย และเกมฟุตบอลนั้นเป็นของผู้เล่นอย่างแท้จริง ดังนั้นเขาจึงมักจะกระตุ้นให้ลูกทีมกล้าเลี้ยงบอลดวลแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และพยายามไม่จำกัดจังหวะการสัมผัสบอลในการฝึกซ้อม เพื่อดึงความคิดสร้างสรรค์ออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เคมีในห้องแต่งตัวคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
อีกหนึ่งปรัชญาสำคัญของอิราโอล่าคือเรื่องของ “เคมีและความสุข” ในทีม
-
เขาเชื่อมั่นว่าห้องแต่งตัวที่มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข จะสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนให้กับทีมได้อย่างมากมายเมื่อถึงช่วงท้ายฤดูกาล
-
เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดสินใจ โค้ชจำเป็นต้องมีความเย็นชาและเด็ดขาด โดยยึดผลประโยชน์ของกลุ่มเป็นที่ตั้ง แม้ว่าบางครั้งจะต้องดรอปผู้เล่นที่เขารู้สึกชื่นชอบเป็นการส่วนตัวก็ตาม
-
เขายกย่องผู้เล่นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามแต่ยังคงฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ว่าเป็นบุคลากรที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้จัดการทีมทุกคน
-
ผู้เล่นกลุ่มนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยรักษาระดับความเข้มข้น และสร้างเคมีที่ดีเยี่ยมให้กับห้องแต่งตัวแม้ในยามที่ไม่ได้ลงเล่น
แฟนบอลบอร์นมัธเคยยกย่องความสำเร็จของเขาที่ช่วยยกระดับนักเตะอย่าง จัสติน ไคลเวิร์ต และ ไรอัน คริสตี้ รวมถึงการพาทีมล้มยักษ์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว วันนี้ อิราโอล่า ได้ก้าวเข้ามารับความท้าทายครั้งใหม่กับ ลิเวอร์พูล ทีมที่ทำอันดับจบสูงกว่าบอร์นมัธเพียงอันดับเดียวเมื่อซีซั่นก่อน แฟนหงส์แดงคงต้องจับตาดูว่า ปรัชญาเคมีลูกหนังและทฤษฎีการสร้างทีมแบบฉบับของเขา จะผลิดอกออกผลในถิ่นแอนฟิลด์ได้งดงามเพียงใด
