แกรี่ เนวิลล์ เตือน ลิเวอร์พูล ปล่อย อันโดนี่ อิราโอล่า รับงานยากจากการเสริมทีมไม่พอ
ล่าสุด แกรี่ เนวิลล์ อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและนักวิเคราะห์ฟุตบอลชื่อดัง ออกมาแสดงความประหลาดใจกับแนวทางการทำธุรกิจของลิเวอร์พูลในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ โดยเฉพาะการปล่อยให้มีข่าวเรื่องการย้ายทีมของ โคดี้ กัคโป รวมถึงการที่สโมสรยังไม่ได้เสริมผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งและกองกลางตัวรับอย่างจริงจัง
เนวิลล์มองว่าปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลโดยตรงต่อ อันโดนี่ อิราโอล่า ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชคนใหม่ และอาจกำลังถูกมอบทีมที่ยังไม่พร้อมสำหรับการเล่นในระดับที่สโมสรต้องการ
คำเตือนของเนวิลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงการวิจารณ์นักเตะบางคน แต่เป็นการตั้งคำถามถึงโครงสร้างของทีมโดยรวมว่า ลิเวอร์พูลกำลังสร้างทีมที่เหมาะกับแผนการเล่นของอิราโอล่าหรือไม่

“มันประหลาด” เนวิลล์ตั้งคำถามกับการปล่อยกัคโป
เนวิลล์ยอมรับว่าเขาเข้าใจว่าลิเวอร์พูลกำลังจะได้ แบรดลีย์ บาร์โคล่า เข้ามาเสริมแนวรุก แต่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมสโมสรถึงมีข่าวพร้อมปล่อยกัคโปออกจากทีมในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ กัคโปเป็นนักเตะที่มีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะเขาอาจไม่ได้มีเกมที่โดดเด่นทุกจังหวะ แต่เป็นผู้เล่นที่พยายามมีส่วนร่วมกับเกมอยู่เสมอ
เขาเป็นนักเตะที่พร้อมขอบอล วิ่งหาพื้นที่ กลับมารับบอล และมีส่วนกับทั้งการทำประตูและการสร้างโอกาส
“มันประหลาด ข่าวที่ว่ากัคโปอาจย้ายออก ผมรู้ว่าบาร์โคล่าอาจเข้ามา แต่เขาดูเหมือนเป็นตัวรุกที่ดีที่สุดของพวกเขา”
เนวิลล์ยังมองว่าความสามารถของกัคโปบางอย่างอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป เพราะเขาเป็นนักเตะประเภทที่ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นทุกครั้งที่จับบอล แต่สามารถรักษาความต่อเนื่องของเกมและกลับมาอยู่ในตำแหน่งอันตรายได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นอกจากนี้กัคโปยังมีประโยชน์จากการเล่นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่ต้องรับมือกับทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป
การเสียกัคโปอาจทำให้แนวรุกบางลงเกินไป
เนวิลล์มองว่าเมื่อคู่แข่งที่มีศักยภาพสูงกำลังสนใจนักเตะของเรา นั่นควรเป็นสัญญาณให้ตั้งคำถามมากกว่าการรีบเปิดทางให้นักเตะย้ายออก
ลิเวอร์พูลกำลังพยายามเติมความสดใหม่ในแนวรุกหลังการจากไปของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และการที่ฮูโก้ เอกีติเก้ยังไม่พร้อมกลับมาช่วยทีมอย่างเต็มที่ ทำให้จำนวนผู้เล่นแนวรุกที่ไว้ใจได้มีความสำคัญมาก
ดังนั้นการปล่อยกัคโปออกไปในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังเพิ่มผู้เล่นใหม่อาจทำให้จำนวนทางเลือกไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง แม้ชื่อของบาร์โคล่าจะเข้ามาแทนที่ก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น เนวิลล์มองว่าถ้ากัคโปย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาก็ยังต้องแข่งขันกับผู้เล่นอย่างอองตวน เซเมนโย่, ฟิล โฟเด้น และราฮิม เชอร์กี้เพื่อโอกาสลงสนาม
จึงเกิดคำถามว่าการย้ายทีมดังกล่าวเป็นการยกระดับชีวิตการค้าแข้งของนักเตะจริงหรือเพียงเป็นการซื้อขายที่เกิดขึ้นเพราะตลาดกำลังจะปิด

แต่สิ่งที่เนวิลล์มองว่าน่ากังวลที่สุดคือฟูลแบ็ก
แม้เรื่องกัคโปจะเป็นประเด็นใหญ่ แต่สิ่งที่เนวิลล์เรียกว่า “ประหลาดที่สุด” กลับเป็นการที่ลิเวอร์พูลยังไม่ได้เสริมฟูลแบ็กทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
เขามองว่าโครงสร้างทีมของลิเวอร์พูลดูเหมือนจะเหมาะกับการเล่นกองหลังสามคนมากกว่า เพราะนักเตะอย่าง มิลอส เคอร์เคซ และ เจเรมี่ ฟริมปง สามารถใช้จุดเด่นด้านการเติมเกมและการเล่นในพื้นที่กว้างได้
แต่ถ้าลิเวอร์พูลเลือกเล่นกองหลังสี่คน แล้วให้เคอร์เคซกับฟริมปงรับผิดชอบตำแหน่งฟูลแบ็ก ขณะที่แดนกลางไม่มีผู้เล่นหมายเลข 6 ที่ทำหน้าที่ป้องกันได้ดี เนวิลล์มองว่าทีมมีโอกาสเสียประตูจำนวนมาก
“ถ้าพวกเขาจะเล่นแบ็กโฟร์ และเคอร์เคซกับฟริมปงจะเป็นฟูลแบ็ก โดยที่พวกเขาไม่ซื้อกองกลางตัวรับ ลิเวอร์พูลจะเสียประตูมากแน่นอน”
นี่เป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะแนวทางของอิราโอล่าต้องการให้ทีมเดินหน้า กดดันคู่แข่ง และใช้ผู้เล่นจำนวนมากช่วยสร้างเกมรุก
เมื่อฟูลแบ็กเติมสูงและแดนกลางขยับขึ้นไปช่วยเกมรุก หากไม่มีโครงสร้างป้องกันด้านหลังที่ดี ทีมก็สามารถถูกเล่นงานจากพื้นที่ด้านข้างและช่องว่างหลังแบ็กได้ง่าย
ฟริมปงถูกเปรียบเทียบกับเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
เนวิลล์ยังหยิบ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มาเปรียบเทียบเพื่ออธิบายปัญหาในเกมรับของฟริมปง
ในอดีต เทรนต์เคยถูกวิจารณ์เรื่องการเล่นเกมรับอยู่บ่อยครั้ง แต่เนวิลล์มองว่าเมื่อเทียบกันแล้ว เทรนต์ยังเป็นกองหลังที่ดีกว่าฟริมปงในด้านความเข้าใจเกมรับ
ความแตกต่างสำคัญคือ เทรนต์สามารถชดเชยจุดอ่อนบางส่วนด้วยการสร้างสรรค์เกมในระดับที่สูงมาก โดยทำแอสซิสต์ได้ถึง 15-20 ครั้งต่อฤดูกาลในช่วงที่พีค
เนวิลล์ไม่เชื่อว่าฟริมปงจะให้ตัวเลขในระดับเดียวกัน ขณะที่เกมรับของเขาก็ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในแบบเดียวกัน
ในเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มีสองประตูที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างถึงปัญหานี้
ประตูแรก ฟูลแบ็กฝั่งขวาของลิเวอร์พูลแทบไม่มีตัวตนในตำแหน่งที่ควรจะอยู่ ขณะที่ประตูที่สองเกิดขึ้นหลังจากปล่อยผู้เล่นที่วิ่งเข้ามาจากจังหวะทุ่มบอลโดยไม่มีการประกบติดตามจนสุดทาง
เนวิลล์มองว่านั่นสะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่า “สัญชาตญาณเกมรับ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟริมปงยังต้องพิสูจน์
เคอร์เคซยังดูไม่ลงตัว
อีกหนึ่งชื่อที่เนวิลล์ตั้งคำถามคือมิลอส เคอร์เคซ
เขายอมรับว่าเคอร์เคซเป็นนักเตะที่มีคุณภาพ แต่ในเวลานี้ยังไม่ดูเหมือนผู้เล่นที่สามารถยืนเป็นฟูลแบ็กในระบบที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างมั่นใจ
เนวิลล์มองว่าบางช่วงเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เคอร์เคซดูเหมือนนักเตะจากทีมเยาวชนที่ถูกส่งขึ้นมาเล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายในทีมชุดใหญ่
แน่นอนว่าเขายืนยันว่าเคอร์เคซมีฝีเท้าที่ดี แต่ปัญหาคือการจัดโครงสร้างทีมให้มีทั้งเคอร์เคซและฟริมปงเป็นตัวจริงพร้อมกันโดยไม่มีผู้เล่นคอยช่วยป้องกันด้านหลัง
เมื่อทั้งสองคนถูกใช้ในบทบาทที่เน้นการเติมเกมสูง ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ลิเวอร์พูลยังขาดตัวแทนฟาบินโญ่
อีกหนึ่งประเด็นที่เนวิลล์เน้นย้ำคือ ตำแหน่งกองกลางตัวรับ
ลิเวอร์พูลยังไม่ได้หาผู้เล่นที่สามารถทำหน้าที่แทน ฟาบินโญ่ ได้อย่างชัดเจน หลังจากอดีตกองกลางชาวบราซิลอำลาทีมไปก่อนหน้านี้
ตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมใช้ฟูลแบ็กเติมเกมสูงและต้องการให้แนวรุกเล่นด้วยผู้เล่นจำนวนมาก
ผู้เล่นหมายเลข 6 ที่มีความเข้าใจเรื่องการยืนตำแหน่ง การตัดบอล การชะลอเกมสวนกลับ และการคอยปิดพื้นที่ด้านหน้าเซนเตอร์แบ็ก สามารถช่วยลดความเสี่ยงของทั้งระบบได้
ในทางกลับกัน หากแดนกลางขาดผู้เล่นลักษณะนี้ แล้วฟูลแบ็กก็ไม่ได้มีจุดเด่นด้านเกมรับมากพอ ปัญหาจะยิ่งทวีคูณ
เนวิลล์จึงมองว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีปัญหาอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง แต่กำลังมีปัญหาหลายตำแหน่งที่เชื่อมโยงกัน
อิราโอล่าอาจกำลังถูกทิ้งให้รับภาระมากเกินไป
ประเด็นที่รุนแรงที่สุดจากคำวิจารณ์ของเนวิลล์คือ เขามองว่าสโมสรอาจกำลังทำให้อิราโอล่าต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดมากเกินไป
“ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเสริมทีม ผมไม่คิดว่าพวกเขามีนักเตะในแนวรับเพียงพอ ผมคิดว่าพวกเขากำลังปล่อยให้อันโดนี่ อิราโอล่ามีทีมที่ไม่พร้อมมากเกินไป”
เนวิลล์มองว่าหากตัวเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับอิราโอล่า เขาจะต้องเรียกร้องให้สโมสรดำเนินการภายในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เหลือ
เพราะหากตลาดซื้อขายปิดตัวลงโดยไม่มีการแก้ปัญหาจุดเหล่านี้ ผลกระทบจะไม่ได้ตกอยู่กับฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว แต่จะย้อนกลับไปถึงหัวหน้าโค้ชโดยตรง
เมื่อผู้จัดการทีมไม่สามารถควบคุมโครงสร้างการเสริมทีมได้ ผลงานในสนามมักถูกใช้เป็นเครื่องวัดความสำเร็จของตัวเขาก่อนเสมอ
ลิเวอร์พูลเสริมแนวรับตรงกลางแล้ว แต่ยังไม่พอ
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลไม่ได้ละเลยการเสริมแนวรับทั้งหมด
พวกเขาคว้าตัว เจเรมี่ ฌักเกต์ จากแรนส์ด้วยค่าตัวประมาณ 60 ล้านปอนด์ และยืมตัว โรนัลด์ อเราโฆ่ จากบาร์เซโลน่าเข้ามา
สองรายนี้ช่วยเพิ่มทางเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กได้อย่างชัดเจน และทำให้จำนวนผู้เล่นในแนวรับตรงกลางสมดุลมากขึ้น
แต่ปัญหาที่เนวิลล์พูดถึงไม่ได้อยู่ตรงกลางเพียงอย่างเดียว
ถ้าปัญหาเริ่มจากฟูลแบ็กและพื้นที่หน้าแนวรับ การเพิ่มเซนเตอร์แบ็กอาจไม่ได้แก้ต้นเหตุทั้งหมด
แนวรุกกำลังเติมคุณภาพ แต่ความสมดุลยังเป็นโจทย์ใหญ่
ในแนวรุก ลิเวอร์พูลกำลังจะได้บาร์โคล่าเข้ามาด้วยค่าตัวที่สูงถึงประมาณ 123 ล้านปอนด์ และก่อนหน้านี้ก็เซ็นวิคเตอร์ มูนญอซจากโอซาซูน่าด้วยค่าตัวราว 34 ล้านปอนด์
มูนญอซยังทำประตูแรกของตัวเองในเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ได้อีกด้วย
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าลิเวอร์พูลกำลังลงทุนกับเกมรุกอย่างจริงจัง
ปัญหาคือ ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันด้วยจำนวนตัวรุกเพียงอย่างเดียว
เมื่อแนวรุกมีผู้เล่นระดับสูงจำนวนมาก แต่ด้านหลังยังมีปัญหา การได้ประตูมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะได้ง่ายขึ้นเสมอไป
สองนัดแรกของฤดูกาลที่จบด้วยผลเสมอ 2-2 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะลิเวอร์พูลสามารถสร้างสรรค์โอกาสและยิงประตูได้ แต่ก็เปิดช่องให้คู่แข่งโจมตีได้เช่นกัน

คำถามสำคัญคือ อิราโอล่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?
ในมุมของอิราโอล่า มีทางเลือกหลายทาง
ทางแรกคือการปรับระบบการเล่นให้เข้ากับผู้เล่นที่มีอยู่มากขึ้น หากเขามองว่าเคอร์เคซและฟริมปงเหมาะกับการเล่นในระบบกองหลังสามคนมากกว่า การขยับไปใช้ระบบนั้นอาจช่วยลดจุดอ่อนด้านเกมรับบางส่วน
อีกทางคือการปรับโครงสร้างแดนกลางให้มีคนคอยป้องกันพื้นที่มากขึ้น เพื่อเปิดทางให้ฟูลแบ็กเติมขึ้นหน้าโดยไม่ทิ้งพื้นที่หลังตัวเองมากเกินไป
แต่หากสโมสรสามารถหาผู้เล่นที่เหมาะสมเพิ่มได้ ปัญหาหลายอย่างก็อาจแก้ง่ายขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม 48 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนตลาดปิดจึงอาจมีความสำคัญกับฤดูกาลของลิเวอร์พูลมากกว่าที่ตัวเลขในตลาดซื้อขายบอก
เนวิลล์ไม่ได้มองว่าลิเวอร์พูลขาดคุณภาพทั้งหมด
สิ่งสำคัญคือคำวิจารณ์ของเนวิลล์ไม่ได้หมายความว่าเขามองว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ไม่มีศักยภาพ
ในทางตรงกันข้าม เขามองว่าแนวรุกของทีมชุดนี้มีความน่าตื่นเต้นมาก
เขายังมองด้วยว่า หากลิเวอร์พูลสามารถเติมกองกลางตัวรับที่ดีและฟูลแบ็กคุณภาพอีกสองคน ทีมจะมีโอกาสสูงมากในการแข่งขันระดับบน
“มีความตื่นเต้นอย่างมากกับนักเตะที่พวกเขามีในแนวรุก และถ้าพวกเขาเพิ่มกองกลางตัวรับ รวมถึงฟูลแบ็กที่ดีอีกสองคน พวกเขาจะมีโอกาสที่ดีมาก”
ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของทีมทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของ สมดุล
ลิเวอร์พูลมีอาวุธในแดนหน้า
มีเซนเตอร์แบ็กเพิ่มเข้ามา
มีนักเตะใหม่ที่น่าสนใจ
แต่ตำแหน่งที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันยังมีคำถาม
บทสรุป: ลิเวอร์พูลต้องรีบตัดสินใจก่อนตลาดปิด
คำวิจารณ์ของแกรี่ เนวิลล์สะท้อนปัญหาที่ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญได้อย่างตรงไปตรงมา
ทีมมีแนวรุกที่เต็มไปด้วยคุณภาพ มีบาร์โคล่ากำลังจะเข้ามา และมีการเสริมเซนเตอร์แบ็กด้วยฌักเกต์และอเราโฆ่
แต่ในเวลาเดียวกัน ทีมยังถูกตั้งคำถามในตำแหน่งฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง และยังไม่มีผู้เล่นที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนฟาบินโญ่ในตำแหน่งกองกลางตัวรับอย่างชัดเจน
ยิ่งลิเวอร์พูลต้องการเล่นฟุตบอลแบบเข้มข้น เดินหน้า และให้ฟูลแบ็กมีส่วนกับเกมรุกมาก ความจำเป็นในการมีโครงสร้างป้องกันที่แข็งแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
สองเกมแรกที่เสมอ 2-2 จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นผลการแข่งขันที่เกิดจากความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ
มันอาจเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างของทีมยังไม่สมดุล
สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การซื้อผู้เล่นใหม่ให้ได้มากที่สุด แต่คือการซื้อให้ตรงกับสิ่งที่อิราโอล่าต้องการ
ถ้าลิเวอร์พูลเพิ่มกองกลางตัวรับที่สามารถป้องกันพื้นที่หน้าแนวรับ และมีฟูลแบ็กที่พร้อมรับผิดชอบเกมรับมากขึ้น พวกเขาอาจเปลี่ยนภาพจากทีมที่ยิงได้แต่ก็เสียประตูง่าย ให้กลายเป็นทีมที่สามารถควบคุมการแข่งขันได้ดีขึ้น
แต่ถ้าตลาดซื้อขายปิดลงโดยไม่มีการแก้ปัญหาดังกล่าว อิราโอล่าอาจต้องทำงานกับทรัพยากรที่มีอยู่ และทุกครั้งที่ลิเวอร์พูลเสียประตูง่าย คำถามก็จะย้อนกลับมาที่สโมสรอีกครั้งว่า
พวกเขาสร้างทีมให้กับอิราโอล่าจริง ๆ หรือเพียงแค่ซื้อผู้เล่นเก่ง ๆ โดยไม่ได้สร้างความสมดุลให้กับทีม?
คำตอบของคำถามนี้อาจกำหนดทิศทางฤดูกาลของลิเวอร์พูลได้เลย
อ่านข่าวลิเวอร์พูลและพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติม
ติดตามข่าวลิเวอร์พูล ข่าวอันโดนี่ อิราโอล่า ข่าวตลาดซื้อขาย และบทวิเคราะห์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์
อ่านข่าวฟุตบอลจากแหล่งข้อมูลภายนอกเพิ่มเติม:
ข่าวฟุตบอล

