โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ สัมภาษณ์ล่าสุด เปิดใจถึง ลิเวอร์พูล อิซัค คล็อปป์ และการกลับแอนฟิลด์
ฟีร์มิโน่ให้สัมภาษณ์จากประเทศกาตาร์ ก่อนออกไปฝึกซ้อมกับ อัล ซาดด์ และเมื่อบทสนทนาเดินทางมาถึงเรื่องของ อิซัค อดีตกองหน้าชาวบราซิลก็เลือกใช้คำพูดที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจต่อแรงกดดันของการเป็นกองหน้าลิเวอร์พูล
โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ฝากอะไรถึง อเล็กซานเดอร์ อิซัค?
อิซัคย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ และต้องเผชิญกับความคาดหวังมหาศาลตั้งแต่วันแรก โดยผลงานช่วงแรกยังไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวัง หลังทำได้เพียง 4 ประตูจาก 23 นัดในช่วงเวลาที่กล่าวถึงในการสัมภาษณ์
แต่สำหรับฟีร์มิโน่ เรื่องนี้ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะรีบตัดสินกองหน้าชาวสวีเดน
“อเล็กซ์ต้องคิดบวก กองหน้าทุกคนต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เขาพิสูจน์มาแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่าเขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก”
ฟีร์มิโน่มองว่าความกดดันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักเตะที่ย้ายมาลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวมหาศาล แต่สิ่งสำคัญคือ อิซัคต้องผ่อนคลายและไม่ปล่อยให้ตัวเลขค่าตัวกลายเป็นภาระในทุกครั้งที่ลงสนาม
อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลยังชี้ให้เห็นอีกว่า ฤดูกาลแรกไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องตัดสิน เพราะอิซัคมีปัญหาอาการบาดเจ็บและพลาดเกมจำนวนมาก ขณะเดียวกันทีมเองก็ไม่ได้มีฤดูกาลที่ง่าย
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ทุกอย่างจึงสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
“ไม่มีที่ไหนดีกว่าการเป็นหมายเลข 9 ที่ลิเวอร์พูล ยิงประตูและช่วยทีมคว้าชัยชนะ แอนฟิลด์เป็นสถานที่พิเศษ และตราบใดที่คุณทุ่มเททุกอย่างเพื่อ ลิเวอร์พูล แฟนบอลจะอยู่ข้างคุณเสมอ”
นี่อาจเป็นหนึ่งในประโยคที่มีความหมายมากที่สุดจากบทสัมภาษณ์ เพราะฟีร์มิโน่ไม่ได้พูดจากมุมของคนนอก แต่พูดในฐานะนักเตะที่เคยผ่านทั้งวันที่ถูกยกย่องและวันที่ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าแฟนบอลที่คาดหวังสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก
ฟีร์มิโน่กับ ลิเวอร์พูล ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยหายไป
ฟีร์มิโน่ใช้เวลา 8 ปีกับ ลิเวอร์พูล หลังย้ายมาจาก ฮอฟเฟนไฮม์ ด้วยค่าตัวประมาณ 29 ล้านปอนด์ และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับความรักมากที่สุดของยุคสมัยใหม่
ตลอด 362 นัดในทุกรายการ เขาทำไป 111 ประตูและ 72 แอสซิสต์ พร้อมคว้าแชมป์สำคัญร่วมกับสโมสรทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ ลีก คัพ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟุตบอลสโมสรโลก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล | 8 ปี |
| ลงสนาม | 362 นัด |
| ประตู | 111 ประตู |
| แอสซิสต์ | 72 ครั้ง |
| ประตูในพรีเมียร์ลีก | 82 ประตู |
| แชมป์พรีเมียร์ลีก | 1 ครั้ง |
| แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก | 1 ครั้ง |
แม้เวลาจะผ่านไปแล้วหลายปี ฟีร์มิโน่ยังบอกว่าเขาพยายามติดตาม ลิเวอร์พูล ลงเล่นอยู่เสมอ และมองว่าสโมสรแห่งนี้มีความหมายอย่างมากต่อตัวเขาและครอบครัว
ความทรงจำไม่ได้มีเพียงประตูหรือถ้วยรางวัล แต่รวมถึงขบวนแห่แชมป์รอบเมือง ผู้คนในสโมสร และช่วงเวลาที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับทีมเป็นเวลานานถึง 8 ปี

ซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ ความสำเร็จที่เกิดจากการเติมเต็มกัน
เมื่อพูดถึง ลิเวอร์พูล ในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แน่นอนว่าชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ ฟีร์มิโน่ มักถูกพูดถึงพร้อมกัน
ซาลาห์กับมาเน่อาจเป็นสองคนที่ยิงประตูได้มากกว่า แต่ฟีร์มิโน่คือคนที่ทำให้โครงสร้างเกมรุกของสามประสานชุดนี้ทำงานได้อย่างลงตัว
ฟีร์มิโน่ไม่ได้มองความสำเร็จของทั้งสามคนในแง่การแข่งขันว่าใครเก่งกว่าใคร แต่บอกว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่สามารถเติมเต็มกันได้ ทั้งการยิงประตู การสร้างโอกาส และการทำงานเพื่อทีม
สิ่งที่ทำให้สามคนนี้น่ากลัวจึงไม่ใช่แค่ความสามารถเฉพาะตัว แต่คือความเข้าใจว่าคนอื่นกำลังอยู่ตรงไหนและต้องการบอลแบบใด
ฟีร์มิโน่ยังอวยพรให้ ซาลาห์ กับบทใหม่ในอาชีพ หลังจากปีกอียิปต์ย้ายไปเล่นในตุรกี พร้อมย้ำว่าทั้งสามคนสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันด้วยการคว้าแชมป์แทบทุกรายการที่สโมสรต้องการ
เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังเป็นคนสำคัญในชีวิตฟีร์มิโน่
อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจของ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ สัมภาษณ์ล่าสุด คือเรื่องความสัมพันธ์กับ เจอร์เก้น คล็อปป์
ทั้งสองคนยังติดต่อกันเป็นครั้งคราวผ่านอินสตาแกรม และฟีร์มิโน่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณอดีตกุนซือชาวเยอรมันอย่างมาก
ช่วงแรกที่ย้ายมาลิเวอร์พูลไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฟีร์มิโน่ แต่คล็อปป์คือคนที่แสดงความเชื่อมั่นและบอกเขาว่าจะมีความสำคัญต่อทีม
นั่นเป็นสิ่งที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับผู้จัดการทีมได้ดี เพราะบางครั้งนักเตะไม่ได้ต้องการเพียงคำสั่งด้านแท็กติก แต่ต้องการใครสักคนที่ทำให้เชื่อว่าตัวเองสามารถประสบความสำเร็จได้
ฟีร์มิโน่ยังแสดงความยินดีกับคล็อปป์ที่กลับมารับงานคุมทีมชาติ และเชื่อว่าคล็อปป์จะสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของนักเตะออกมาได้เหมือนที่เคยทำกับ ลิเวอร์พูล
อลิสซอนคือครอบครัวของฟีร์มิโน่
ความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนร่วมทีมอีกคนที่ยังแน่นแฟ้นคือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารของ ลิเวอร์พูล
ฟีร์มิโน่เรียกอลิสซอนว่าเป็นเหมือน “พี่น้อง” และสนับสนุนการตัดสินใจของสโมสรที่แต่งตั้งผู้รักษาประตูชาวบราซิลเป็นหนึ่งในรองกัปตันทีม
เหตุผลก็ชัดเจน เพราะอลิสซอนมีประสบการณ์กับ ลิเวอร์พูล มาอย่างยาวนาน และเป็นนักเตะที่ได้รับความเคารพทั้งในห้องแต่งตัวและในสนาม
สำหรับฟีร์มิโน่แล้ว ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้หยุดลงหลังจากทั้งคู่แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตคนละเส้นทาง แต่ยังคงเป็นความผูกพันที่เขามองว่าเหมือนครอบครัว
ฟีร์มิโน่ยังไม่คิดแขวนสตั๊ด
ปัจจุบันฟีร์มิโน่อายุใกล้ 35 ปี แต่เจ้าตัวยังไม่มีความคิดที่จะเลิกเล่นฟุตบอลในเร็ว ๆ นี้
หลังย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป อัล อาห์ลี ในปี 2023 ฟีร์มิโน่ทำไป 21 ประตูจาก 62 นัด ก่อนย้ายมา อัล ซาดด์ และมีส่วนสำคัญกับทีมด้วยผลงาน 17 ประตูและ 8 แอสซิสต์จาก 33 นัดในทุกรายการ
แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าการเตรียมร่างกายก่อนฤดูกาลใหม่ยากขึ้นทุกปี แต่ความรู้สึกเมื่อก้าวลงสนามยังเหมือนเดิม
ฟีร์มิโน่ถึงขั้นเปิดความเป็นไปได้ว่าอาจเล่นต่ออีก 4 หรือ 5 ปี และไม่ได้ปิดโอกาสที่จะค้าแข้งจนถึงอายุ 40 ปี
นี่เป็นอีกด้านหนึ่งของบุคลิกที่แฟน ลิเวอร์พูล คุ้นเคยดี นักเตะที่ยังมีรอยยิ้มและความสุขกับฟุตบอล แม้ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพจะผ่านไปแล้วก็ตาม
แล้วฟีร์มิโน่จะกลับแอนฟิลด์หรือไม่?
คำตอบของเจ้าตัวชัดเจนมาก
ฟีร์มิโน่บอกว่าเขาจะกลับไปแอนฟิลด์อย่างแน่นอนในสักวันหนึ่ง และยิ่งไปกว่านั้น เขาอยากกลับไปลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในเกมของทีมตำนานเพื่อการกุศล
“ถ้าพวกเขาโทรหาผม ผมจะไป”
สำหรับแฟนบอล ลิเวอร์พูล นี่อาจเป็นประโยคที่ทำให้บทสัมภาษณ์ทั้งหมดจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะไม่ว่าเส้นทางฟุตบอลของฟีร์มิโน่จะพาไปไกลแค่ไหน แอนฟิลด์ก็ยังเป็นสถานที่ที่เขาอยากกลับไปหา
ฟีร์มิโน่ไม่ได้แค่คิดถึง ลิเวอร์พูล แต่กำลังส่งต่อบางอย่าง
สิ่งที่ทำให้บทสัมภาษณ์ครั้งนี้น่าสนใจไม่ใช่เพียงเพราะแฟนบอลได้เห็นอดีตขวัญใจกลับมาพูดถึงสโมสรเก่า แต่เพราะฟีร์มิโน่กำลังพูดในฐานะคนที่เคยอยู่ในจุดเดียวกับ อิซัค
เขารู้ว่าการสวมเสื้อ ลิเวอร์พูล หมายเลข 9 หมายถึงอะไร รู้ว่าค่าตัวมหาศาลสร้างแรงกดดันอย่างไร และรู้ว่าแอนฟิลด์สามารถเปลี่ยนจากสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกให้กลายเป็นสถานที่ที่กดดันได้มากเพียงใด หากนักเตะเริ่มสูญเสียความมั่นใจ
ดังนั้นคำแนะนำของฟีร์มิโน่จึงเรียบง่ายมาก
ผ่อนคลาย คิดบวก และเล่นฟุตบอลของตัวเอง
ส่วนประตูจะมาเมื่อถึงเวลา
และบางที คนที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดประโยคนี้กับ อิซัค ก็คือชายที่เคยใส่เสื้อหมายเลข 9 ของ ลิเวอร์พูล แล้วกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลแอนฟิลด์รักมากที่สุดคนหนึ่งในยุคพรีเมียร์ลีก
ข้อมูลเพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่
- สโมสรปัจจุบัน: อัล ซาดด์
- อายุ: 35 ปีในเดือนตุลาคม
- ทีมชาติบราซิล: 55 นัด 17 ประตู
- ช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล: 8 ปี
- ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล: 362 นัด
- ประตูให้ ลิเวอร์พูล: 111 ประตู
- แอสซิสต์ให้ ลิเวอร์พูล: 72 ครั้ง
- ประตูพรีเมียร์ลีก: 82 ประตู
- ความสัมพันธ์กับ เจอร์เก้น คล็อปป์: ยังคงติดต่อกันเป็นครั้งคราว
- ความสัมพันธ์กับ อลิสซอน: มองว่าเป็นเหมือนครอบครัว
- โอกาสกลับแอนฟิลด์: ต้องการกลับไปเล่นเกมทีมตำนานเพื่อการกุศล
คำถามที่พบบ่อย
โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ พูดถึง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ว่าอย่างไร?
ฟีร์มิโน่แนะนำให้อิซัคคิดบวก ผ่อนคลาย และเชื่อมั่นในตัวเอง พร้อมย้ำว่าอิซัคเคยพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก
โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ยังติดตาม ลิเวอร์พูล อยู่หรือไม่?
ยังติดตามอยู่ โดยเจ้าตัวบอกว่ายังคงพยายามชมเกมของ ลิเวอร์พูล และสโมสรยังมีความหมายอย่างมากต่อตัวเขาและครอบครัว
ฟีร์มิโน่ยังติดต่อกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือไม่?
ทั้งสองคนยังส่งข้อความหากันเป็นครั้งคราวผ่านอินสตาแกรม และฟีร์มิโน่ยังมองว่าคล็อปป์เป็นบุคคลสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขา
ฟีร์มิโน่จะกลับไป ลิเวอร์พูล หรือไม่?
เจ้าตัวบอกว่าจะกลับไปแอนฟิลด์อย่างแน่นอนในอนาคต และอยากลงเล่นให้ทีมตำนานของ ลิเวอร์พูล หากได้รับเชิญให้ร่วมเกมการกุศล
โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ คว้าแชมป์อะไรกับ ลิเวอร์พูล?
ฟีร์มิโน่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ ลีก คัพ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟุตบอลสโมสรโลกกับ ลิเวอร์พูล

