ผ่าเบื้องหลัง 12 เดือนสุดล้ำค่า! ‘กลาสเนอร์’ เสก 3 แชมป์ประวัติศาสตร์ ทิ้งทวน ‘คริสตัล พาเลซ’ สุดยิ่งใหญ่
BK8 – ‘จุดเปลี่ยน ความขัดแย้ง และถ้วยแชมป์’ : เจาะลึก 12 เดือนแห่งความรุ่งโรจน์ของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กับ คริสตัล พาเลซ – แทงบอล
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2023 เมื่อ สตีฟ พาริช ประธานสโมสรคริสตัล พาเลซ ได้พบกับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เป็นครั้งแรก เขาไม่มีทางรู้เลยว่าการพบปะกันครั้งนั้น จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรไปตลอดกาล
การเจรจาเกิดขึ้นโดย ดูกี้ ฟรีดแมน ผู้อำนวยการกีฬาในขณะนั้น ที่ประทับใจผลงานของกุนซือชาวออสเตรียในบุนเดสลีกากับ โวล์ฟสบวร์ก และ ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา กลาสเนอร์ก็ก้าวเข้ามารับไม้ต่อจาก รอย ฮ็อดจ์สัน
เวลาล่วงเลยมาสองปีครึ่ง กลาสเนอร์เพิ่งพาทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” ผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยการเฉือนชนะ ราโย บาเยกาโน่ 1-0 ที่เมืองไลป์ซิก นี่คือเกมสุดท้ายของเขาในการคุมทีม และเป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบหลังผ่าน 12 เดือนที่เต็มไปด้วยความสำเร็จอันเหลือเชื่อ
“เขาคือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่คริสตัล พาเลซ เคยมีมา” อดัม วอร์ตัน มิดฟิลด์ตัวเก่งกล่าว “เขาเปลี่ยนมุมมองของเราไปอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้มองแค่การรอดตกชั้นอีกต่อไป แต่เรามองถึงการคว้าแชมป์”
เขาเนรมิต 3 แชมป์อย่าง เอฟเอ คัพ, คอมมูนิตี้ ชิลด์ และ คอนเฟอเรนซ์ ลีก ภายในเวลาเพียง 375 วันได้อย่างไร ท่ามกลางพายุความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน?
ความอกหักในถ้วยยุโรป และคำขู่ลาออก พาเลซแทบจะยังไม่ทันสร่างเมาจากงานฉลองแชมป์ เอฟเอ คัพ (ที่ล้ม แมนฯ ซิตี้) พวกเขาก็โดนหมัดน็อก เมื่อยูฟ่าตัดสินลดชั้นพวกเขาจาก ยูโรป้า ลีก ลงไปเล่น คอนเฟอเรนซ์ ลีก เนื่องจากผิดกฎการถือครองสโมสรหลายแห่ง (Multi-club ownership) เพราะ จอห์น เท็กซ์เตอร์ เจ้าของร่วม ดันถือหุ้นทั้งพาเลซและโอลิมปิก ลียง ที่ได้ไปยูโรป้าลีกเช่นกัน
แม้จะผิดหวัง แต่พาเลซก็เปิดฤดูกาลใหม่ด้วยการสยบ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่เวมบลีย์ ทว่าความวุ่นวายยังไม่จบ เอเบเรชี่ เอเซ่ ถูกขายให้ อาร์เซน่อล ด้วยสถิติสโมสร และพวกเขาเกือบจะต้องเสียกัปตันทีมอย่าง มาร์ค เกฮี ให้ลิเวอร์พูล ในวันเดดไลน์ หากกลาสเนอร์ไม่ออกโรงขวาง
มีรายงานว่า กลาสเนอร์ขู่จะ “ลาออก” ทันที หากพาริชอนุมัติการขายเกฮี เพราะเขามองว่าทีมที่กำลังจะไปลุยยุโรป ควรเก็บขุมกำลังหลักไว้และเสริมทัพ ไม่ใช่ปล่อยตัวหลักออกไป ความตึงเครียดระหว่างบอร์ดบริหารและกุนซือเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน
สงครามกลางเมืองที่ เซลเฮิสต์ พาร์ค เมื่อถึงช่วงกลางฤดูกาล พาเลซตกอยู่ในวิกฤตขั้นสุด พวกเขาไร้ชัยชนะ 12 นัดติดต่อกัน ร่วงหลุดจากท็อป 5 ลงไปป้วนเปี้ยนโซนตกชั้น และจุดต่ำสุดคือการพลิกล็อกตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของทีมทีมนอกลีกอย่าง แม็คเคิลส์ฟิลด์
ไม่ถึงสองสัปดาห์ต่อมา กลาสเนอร์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยการประกาศว่าเขาจะ “อำลาสโมสร” หลังจบฤดูกาล ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อบอร์ดบริหารตัดสินใจขาย มาร์ค เกฮี ให้แมนฯ ซิตี้ ในตลาดหน้าหนาว กลาสเนอร์วิจารณ์สโมสรอย่างรุนแรงว่า “ทอดทิ้ง” ทีมของเขาอย่างสิ้นเชิง
“วิธีที่เขาประกาศลาออก และทัศนคติของเขาในช่วงนั้น สร้างความขุ่นเคืองใจให้แฟนบอลไม่น้อย” เอลลี่ คิลลิค จากแฟนซีน Eagle Eye View เผย “เดือนมกราคมคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการเชียร์พาเลซ”
ดูเหมือนว่ากลาสเนอร์จะอยู่ไม่ยืด แต่พาริชเลือกที่จะยอมรับในตัวตนของกุนซือจอมเดือดรายนี้ เพราะลึกๆ แล้วเขารู้ว่านี่คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ฉากจบที่สวยงามในหน้าประวัติศาสตร์ ความบาดหมางถูกเก็บไว้เมื่อเป้าหมายใหญ่รออยู่ กลาสเนอร์ทิ้งทวนด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ คอนเฟอเรนซ์ ลีก พร้อมคว้าตั๋วไปลุย ยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จตามที่เขาลั่นวาจาไว้
“ตอนนี้ที่ผมกำลังจะไป ผมไม่ต้องเห็นด้วยกับท่านประธานอีกแล้วล่ะ” กลาสเนอร์กล่าวติดตลกในวันอำลาพรีเมียร์ลีก “ประธานบอกว่าวันคว้าแชมป์เอฟเอคัพคือวันที่ดีที่สุด แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ วันที่ดีที่สุดคือที่ไลป์ซิก (นัดชิงคอนเฟอเรนซ์ลีก) ต่างหาก… นี่คือบทสรุปที่สวยงามในหนังสือของคริสตัล พาเลซ”
กลาสเนอร์เข้ามาเปลี่ยนทีมที่พอใจแค่การอยู่รอดกลางตาราง ให้กลายเป็นทีมที่กวาด 3 ถ้วยแชมป์และผงาดในเวทียุโรป แฟนบอลพาเลซไม่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับนี้มาก่อน… ผู้จัดการทีมคนต่อไปที่จะเข้ามารับเผือกร้อนนี้ จะต้องเจอกับความกดดันมหาศาล และแฟนบอลก็ได้แต่หวังว่า “ความทะเยอทะยาน” ของสโมสร จะไม่เดินจากไปพร้อมกับชายที่ชื่อ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์
