ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยก ลิซานโดร มาร์ติเนซ เก่งบอลกับเท้าที่สุดในโลก หลังแมนยูชนะอิปสวิช
เฟอร์ดินานด์ถึงขั้นมองว่า มาร์ติเนซเป็น เซนเตอร์แบ็กที่เล่นบอลด้วยเท้าได้ดีที่สุดในโลกเวลานี้ โดยเฉพาะความสามารถในการผ่านบอลทะลุแนวรับ เอาตัวรอดจากการถูกบีบพื้นที่ และรับบอลในจุดแคบ ๆ ก่อนพาทีมออกจากแรงกดดันได้
แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเสียถึงสองประตูให้กับทีมน้องใหม่ แต่ชัยชนะดังกล่าวถือเป็นการตอบสนองที่ดีหลังทีมเพิ่งแพ้ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 ในเกมเปิดฤดูกาล
บรูโน่ แฟร์นันด์สเป็นพระเอกของเกมด้วยการทำแฮตทริก ขณะที่เจค็อบ กรีฟส์ทำเข้าประตูตัวเอง และไบรอัน เอ็มบูโม่ปิดท้ายด้วยลูกยิงข้ามตัวผู้รักษาประตู
อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม สิ่งที่เฟอร์ดินานด์เลือกพูดถึงเป็นพิเศษกลับไม่ใช่จำนวนประตูของแฟร์นันด์ส แต่คือคุณภาพการเล่นกับบอลของมาร์ติเนซ

เฟอร์ดินานด์ยก มาร์ติเนซ คือที่สุดเรื่องการเล่นบอลกับเท้า
มาร์ติเนซกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงร่วมกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในเกมกับอิปสวิช และแม้จะมีข้อผิดพลาดช่วงทดเวลาบาดเจ็บจนเปิดโอกาสให้ฮูลิโอ เอ็นซิโซแย่งบอลไปสร้างประตูให้ชูบา อัคปอม แต่ภาพรวมของเขาเมื่อมีบอลอยู่กับตัวถือว่าโดดเด่น
เฟอร์ดินานด์ยืนยันว่า ต่อให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสียสองประตู สิ่งที่เขาอยากพูดถึงจริง ๆ คือวิธีที่มาร์ติเนซเล่นกับบอล
“มาร์ติเนซนะ เราเสียสองประตูวันนี้ก็จริง แต่สิ่งที่ผมอยากพูดถึงคือความสามารถของเขาเมื่อมีบอล”
จากนั้นอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษก็ยกระดับคำชื่นชมขึ้นไปอีกขั้น
“ผมถึงขั้นบอกได้เลยว่า มาร์ติเนซคือเซนเตอร์แบ็กที่เล่นบอลด้วยเท้าได้ดีที่สุดในโลกฟุตบอลเวลานี้”
คำชมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงการจ่ายบอลง่าย ๆ แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการรับบอลภายใต้แรงกดดันและเปลี่ยนสถานการณ์จากการถูกบีบให้กลายเป็นการสร้างเกมรุก
เฟอร์ดินานด์พยายามนึกชื่อกองหลังคนอื่นที่สามารถทำสิ่งเดียวกันได้ในระดับที่เหนือกว่ามาร์ติเนซ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลทะลุแนว การเอาชนะการเพรสซิ่งเมื่อคู่แข่งเข้ามากดดัน หรือการรับบอลในพื้นที่แคบ
แต่เขายังหาคำตอบไม่ได้
“ผมพยายามนึกว่ามีใครอีกไหมที่ดีกว่าเขาในการผ่านบอลทะลุแนวรับ เอาชนะการเพรสซิ่งเมื่อมีคนเข้ามาหาเขา และสามารถรับบอลในพื้นที่แคบ ๆ มาร์ติเนซเอาชนะได้ยากมาก”
เฟอร์ดินานด์ยังปิดท้ายด้วยคำชมแบบชัดเจนว่า มาร์ติเนซมีมาตรฐานการเล่นบอลระดับสูงมาก
“วันนี้เขายอดเยี่ยมมากกับบอล การจ่ายบอลของเขาอยู่ในระดับสูงสุดจริง ๆ”
แม้มีข้อผิดพลาด แต่มาร์ติเนซยังมีคุณค่าต่อระบบของคาร์ริค
มุมมองของเฟอร์ดินานด์น่าสนใจตรงที่เขาไม่ได้ปฏิเสธข้อผิดพลาดของมาร์ติเนซ
ช่วงท้ายเกม มาร์ติเนซเสียบอลให้เอ็นซิโซ ก่อนที่แนวรุกของอิปสวิชจะจบด้วยประตูที่สองของทีมเยือน
แต่สิ่งที่เฟอร์ดินานด์ให้ความสำคัญคือ คุณภาพในภาพรวม โดยเฉพาะสิ่งที่มาร์ติเนซนำมาให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงที่ทีมต้องการสร้างเกมจากแนวรับ
กองหลังชาวอาร์เจนตินาเป็นผู้เล่นที่ชอบรับบอลจากแนวลึกและพยายามจ่ายบอลผ่านแนวแรกของคู่แข่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีทางเลือกในการขึ้นเกมมากขึ้น
สำหรับระบบของไมเคิล คาร์ริคที่ต้องการให้ทีมเล่นเกมรุกและเป็นฝ่ายเดินหน้า คุณสมบัติดังกล่าวถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก
เพราะเซนเตอร์แบ็กที่สามารถเล่นบอลภายใต้แรงกดดันได้ดี ย่อมช่วยให้ทีมไม่จำเป็นต้องเร่งสาดบอลยาว และสามารถเริ่มต้นการโจมตีจากแนวรับด้วยตัวเองได้
แมนยูอาจยังไม่ได้ลุ้นแชมป์ในทันที
แม้ชัยชนะเหนืออิปสวิชจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอล แต่เฟอร์ดินานด์เตือนว่าทุกคนในสโมสรไม่ได้กำลังคิดถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
เขายอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยมีประสบการณ์คล้ายกันในอดีต คือแพ้ให้กับทีมน้องใหม่ตั้งแต่เกมแรก แต่สุดท้ายยังสามารถคว้าแชมป์ได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน
“ผมจำไม่ได้ว่าเป็นปีไหน แต่เราเคยแพ้ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นในเกมเปิดฤดูกาล แล้วสุดท้ายเราคว้าแชมป์ลีกในปีนั้นได้”
จากนั้นเฟอร์ดินานด์ก็พูดตรง ๆ ว่า แม้สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ แต่เขาไม่เชื่อว่าฤดูกาลนี้จะเป็นแบบเดียวกัน
“มันเกิดขึ้นได้ แต่ปีนี้ไม่เกิดขึ้นหรอก อาร์เซน่อลจะเป็นแชมป์ลีก”
นี่สะท้อนให้เห็นว่าตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้มองทีมชุดปัจจุบันว่าอยู่ในสถานะพร้อมท้าชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในทันที
เป้าหมายจริงคือกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรประดับสูง
เฟอร์ดินานด์มองว่าความคาดหวังที่สมเหตุสมผลสำหรับทีมในเวลานี้คือการสร้างความมั่นคงและกลับไปอยู่ในเส้นทางฟุตบอลยุโรประดับสูง
เขาเชื่อว่าการจบฤดูกาลในพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก คือเป้าหมายขั้นต่ำที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดควรต้องทำให้สำเร็จ
“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อคว้าแชมป์ลีก คนที่บริหารสโมสรและไมเคิล คาร์ริคเอง ในความคิดจริงจังของพวกเขาไม่ได้กำลังบอกว่าตัวเองเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ตอนนี้”
เฟอร์ดินานด์แยกความแตกต่างระหว่างสิ่งที่สโมสรพูดต่อสาธารณะกับสิ่งที่คนภายในสโมสรกำลังคิดจริง ๆ
เขามองว่าคนที่มีเหตุผลและมองตามความเป็นจริงน่าจะกำลังคิดถึงฤดูกาลแห่งการสร้างความมั่นคงมากกว่า
“ความคิดที่สมเหตุสมผลและอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงคือ ปีนี้ควรเป็นปีแห่งการสร้างความมั่นคง การได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้เป็นขั้นต่ำ และถ้าได้ถ้วยแชมป์เพิ่มเข้ามาอีก ก็ถือว่าเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม”
นี่เป็นมุมมองที่แตกต่างจากความคาดหวังในอดีตอย่างชัดเจน เพราะมาตรฐานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในอดีตเคยสูงกว่านี้มาก
แต่เฟอร์ดินานด์ก็เข้าใจว่าการพาสโมสรกลับสู่ระดับเดิมต้องใช้เวลา
“มาตรฐานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสูงกว่านี้ แต่เราต้องกลับไปถึงจุดนั้น และมันต้องใช้เวลา มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน”

คาร์ริคพอใจกับทัศนคติของทีม
ฝั่งไมเคิล คาร์ริคเองก็ไม่ได้พูดถึงชัยชนะเพียงในแง่ของสกอร์ เขาให้ความสำคัญอย่างมากกับทัศนคติของผู้เล่นในวันที่ทีมต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกอิปสวิชขึ้นนำก่อน แต่สามารถกลับมาเปลี่ยนโมเมนตัมและยิงประตูอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลัง
คาร์ริคมองว่าความสามารถในการตอบสนองต่อความผิดหวังคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าตัวเลขบนสกอร์บอร์ด
“มันเป็นชัยชนะที่ดี และท้ายที่สุดมันดีมาก เราเล่นฟุตบอลได้ดีหลายช่วง แต่สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือทัศนคติของนักเตะในการเอาชนะอุปสรรค”
เขายอมรับว่าฤดูกาลยังอีกยาวไกล และทีมจะต้องเจอกับสถานการณ์ยาก ๆ อีกมาก
“เราจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก และสิ่งสำคัญคือเรารับมือกับมันอย่างไร ผมพอใจกับเรื่องนี้มาก”
คาร์ริคยังไม่ต้องการให้ทุกคนมองแค่ผลการแข่งขัน เพราะสิ่งที่ทำให้เขาพอใจมากที่สุดคือความดื้อดึงและความไม่ยอมแพ้ของลูกทีม
แมนยูเริ่มเล่นในแบบที่คาร์ริคต้องการ
นอกจากทัศนคติแล้ว คาร์ริคยังมองว่ารูปแบบการเล่นของทีมเริ่มมีหน้าตาใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้น
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสร้างโอกาสยิงได้จำนวนมาก และบีบให้อิปสวิชถอยลงไปตั้งรับอย่างต่อเนื่อง
คาร์ริคเชื่อว่าส่วนใหญ่ของเกม ทีมสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีหลายจังหวะที่รูปแบบการเล่นเริ่มออกมาเหมือนที่วางแผนไว้
“เราควบคุมเกมได้ค่อนข้างดีตลอดช่วงส่วนใหญ่ รูปแบบการเล่นของเราหลายอย่างกำลังไปในทางที่เราอยากให้มันเป็น นักเตะรับแนวคิดไปใช้ได้ดีมาก และเราก็ยอดเยี่ยม”
ตรงนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหลังจากความพ่ายแพ้ต่อฮัลล์ คำถามสำคัญคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะตอบสนองอย่างไร
เกมกับอิปสวิชให้คำตอบว่าทีมมีความสามารถในการกลับมา และยังสามารถทำให้แนวคิดด้านเกมรุกเกิดขึ้นจริงในสนาม
บรูโน่ยังคงเป็นศูนย์กลางของทีม
แน่นอนว่าไม่สามารถพูดถึงเกมนี้โดยไม่กล่าวถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส
กัปตันทีมทำแฮตทริกและกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมอีกครั้ง หลังจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกเป็นฝ่ายตามหลัง
ผลงานของเขายิ่งตอกย้ำสิ่งที่ริโอ เฟอร์ดินานด์พูดก่อนหน้านี้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ในช่วงที่ทีมยังต้องพึ่งผู้เล่นระดับแกนหลักเพื่อช่วยตัดสินเกมในช่วงเวลาสำคัญ
การมีแฟร์นันด์สอยู่ในทีมคือข้อได้เปรียบอย่างมาก เพราะเขาสามารถสร้างโอกาส ยิงประตู และตัดสินใจในจังหวะสำคัญได้
แต่ในขณะเดียวกัน เป้าหมายระยะยาวของคาร์ริคก็คือการทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่สามารถควบคุมเกมได้ด้วยโครงสร้างของตัวเอง ไม่ต้องรอให้แฟร์นันด์สเป็นคนช่วยกู้สถานการณ์ทุกครั้ง
มาร์ติเนซและแฟร์นันด์สสะท้อนสองด้านของแมนยูชุดใหม่
ถ้ามองเกมนี้ในภาพใหญ่ มาร์ติเนซและแฟร์นันด์สกำลังสะท้อนสองสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการ
แฟร์นันด์สคือความสามารถในการสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย ส่วนมาร์ติเนซคือความสามารถในการเริ่มเกมและพาบอลผ่านแนวแรกของคู่แข่งจากด้านหลัง
สองคุณสมบัตินี้ช่วยให้ทีมมีทั้งคนสร้างเกมจากแนวรับและคนตัดสินเกมในแนวรุก
หากผู้เล่นรอบตัวสามารถยกระดับผลงานขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็จะลดการพึ่งพาฮีโร่เพียงไม่กี่คนลง และทำให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้น
บทสรุป: ชัยชนะเหนืออิปสวิชเป็นข่าวดี แต่ภารกิจของแมนยูยังอีกยาว
ชัยชนะ 5-2 เหนืออิปสวิชช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดฟื้นความมั่นใจหลังจากแพ้ฮัลล์ ซิตี้ในเกมเปิดฤดูกาล
บรูโน่ แฟร์นันด์สยังคงเป็นพระเอกด้วยการทำแฮตทริก ขณะที่ค็อบบี ไมนู, ไบรอัน เอ็มบูโม่ และนักเตะอีกหลายคนมีส่วนช่วยให้ทีมกลับมาเล่นฟุตบอลในแบบที่ไมเคิล คาร์ริคต้องการ
แต่ในมุมของริโอ เฟอร์ดินานด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ควรถูกมองว่าเป็นทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
เป้าหมายที่เหมาะสมกว่าในเวลานี้คือการสร้างความมั่นคง กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก และเพิ่มถ้วยแชมป์ให้ได้หากโอกาสมาถึง
ส่วนลิซานโดร มาร์ติเนซกำลังแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการเล่นบอลจากแนวรับของเขายังเป็นอาวุธสำคัญสำหรับทีม
แม้จะมีข้อผิดพลาดในช่วงท้ายเกม แต่คำชมจากเฟอร์ดินานด์ก็สะท้อนถึงคุณภาพที่มาร์ติเนซมีเมื่อได้รับบอลกับเท้า
สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องทำต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่การดีใจจากชัยชนะนัดเดียว แต่ต้องต่อยอดให้กลายเป็นมาตรฐานที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์
เพราะการกลับไปสู่ระดับที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคุ้นเคยนั้นต้องใช้ทั้งเวลา ความสม่ำเสมอ และการเสริมทีมที่ถูกจุด
ชัยชนะเหนืออิปสวิชคือก้าวที่ดี แต่ยังเป็นเพียงก้าวแรกของยุคใหม่เท่านั้น
อ่านข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพิ่มเติม
ติดตามข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวไมเคิล คาร์ริค ข่าวบรูโน่ แฟร์นันด์ส ข่าวลิซานโดร มาร์ติเนซ และบทวิเคราะห์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์
อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอก:
ข่าวฟุตบอล

