ลิเวอร์พูล ในแชมเปี้ยนส์ลีก เจาะโปรแกรมเจอ แอตเลติโก มาดริด อินเตอร์ และเฟเนร์บาห์เช่
ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านพบแอตเลติโก มาดริดจากโถแรก ขณะที่เกมที่แฟนบอลน่าจะตั้งตารอที่สุดคือการออกไปเยือนอินเตอร์ มิลานที่ซาน ซิโร่ ซึ่งจะทำให้ทีมได้กลับมาเจอกับเคอร์ติส โจนส์ อดีตเด็กปั้นของสโมสรที่เพิ่งย้ายไปอิตาลี
นอกจากนั้นยังมีปอร์โต้และคลับ บรูชจากโถสอง, บียาร์เรอัลและเฟเนร์บาห์เช่จากโถสาม รวมถึงล็องส์และลาสค์จากโถสี่
บนกระดาษ ลิเวอร์พูลไม่ได้เจอโปรแกรมที่หนักที่สุดของรายการทั้งหมด แต่มีหลายเกมที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการเดินทาง บรรยากาศในสนาม และความจำเป็นต้องบริหารร่างกายให้เหมาะสมกับฤดูกาลที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
นี่จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ลิเวอร์พูลจะชนะใครได้บ้าง” แต่ยังเป็นเรื่องของการจัดการทั้งทีมภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่กำลังลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกในอาชีพ
ลิเวอร์พูลจับสลากเจอใครบ้าง?
| โถ | คู่แข่ง | สนาม |
|---|---|---|
| โถ 1 | แอตเลติโก มาดริด | เหย้า |
| โถ 1 | อินเตอร์ มิลาน | เยือน |
| โถ 2 | ปอร์โต้ | เหย้า |
| โถ 2 | คลับ บรูช | เยือน |
| โถ 3 | บียาร์เรอัล | เหย้า |
| โถ 3 | เฟเนร์บาห์เช่ | เยือน |
| โถ 4 | ล็องส์ | เหย้า |
| โถ 4 | ลาสค์ | เยือน |

เกมที่น่าตื่นเต้นที่สุด: อินเตอร์ มิลาน ออกไปเยือน
หากต้องเลือกเพียงหนึ่งเกมที่น่าดูที่สุด แน่นอนว่าคือการเดินทางไปเยือน อินเตอร์ มิลาน ที่ซาน ซิโร่
อินเตอร์เป็นแชมป์อิตาลี และสนามซาน ซิโร่ก็เป็นหนึ่งในสนามที่มีประวัติศาสตร์มากที่สุดในฟุตบอลยุโรป ขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีความทรงจำที่ดีจากการไปเยือนครั้งล่าสุด
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะอินเตอร์แบบหวุดหวิดจากจุดโทษช่วงท้ายเกมของโดมินิก โซบอสซ์ไล ดังนั้นการกลับไปเยือนครั้งนี้จะเป็นอีกเกมที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
แต่สิ่งที่เพิ่มสีสันให้เกมนี้มากที่สุดคือ เคอร์ติส โจนส์
เพียงไม่นานหลังจากบอกลาสโมสรที่เคยปลุกปั้นเขามาตั้งแต่ระดับเยาวชน โจนส์ก็จะได้กลับมาเจอทีมเก่าในสนามระดับยุโรปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด
เขาเพิ่งย้ายออกจากลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และการแข่งขันกับอินเตอร์ครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเกมที่มีอารมณ์ร่วมสูงที่สุดของรอบลีกเฟส
เกมที่น่ากังวลที่สุด: เฟเนร์บาห์เช่
เกมที่ลิเวอร์พูลควรระวังเป็นพิเศษอาจไม่ใช่การเจอกับทีมที่ชื่อใหญ่ที่สุด แต่เป็นการเดินทางไปเยือน เฟเนร์บาห์เช่
เหตุผลไม่ได้มีแค่คุณภาพของคู่แข่ง แต่เกี่ยวข้องกับตารางการแข่งขันและการเดินทางด้วย
เกมเยือนอิสตันบูลอาจมีผลอย่างมาก หากถูกจัดให้เป็นเกมกลางสัปดาห์ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่หนักในสุดสัปดาห์ เพราะการเดินทางและการพักฟื้นย่อมเพิ่มภาระให้กับนักเตะ
ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูลเองเคยมีช่วงที่ผลงานสะดุดหลังเดินทางไปตุรกีเพื่อเจอกาลาตาซาราย โดยหลังจากแพ้ในรอบลีกเฟสที่ตุรกี ทีมกลับมาแพ้เชลซีในพรีเมียร์ลีก ขณะที่หลังจากแพ้อีกครั้งในเลกแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ลิเวอร์พูลทำได้เพียงเสมอกับท็อตแน่มที่อยู่ในช่วงฟอร์มย่ำแย่
ที่สำคัญคือบรรยากาศในอิสตันบูลร้อนแรงมาก สนามของเฟเนร์บาห์เช่อาจกลายเป็นหนึ่งในสนามที่สร้างแรงกดดันให้ทีมเยือนได้มากที่สุด

อันโดนี อิราโอลาต้องแก้ปัญหาอะไร?
สำหรับอิราโอลา นี่คือดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เพราะเขากำลังจะบริหารทีมในแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรก
ความแตกต่างด้านจำนวนเกมถือเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ฤดูกาลที่ผ่านมา บอร์นมัธของอิราโอลาลงเล่นรวมทุกรายการ 40 นัด ขณะที่ลิเวอร์พูลลงสนามถึง 57 นัด
และฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลหวังว่าจะลงเล่นให้มากกว่านั้นอีก หากพวกเขาเดินทางไปได้ไกลในทุกถ้วย
อิราโอลาจึงต้องรู้จักหมุนเวียนนักเตะและปรับวิธีฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับตารางที่แน่นขึ้นอย่างมาก
ประเด็นสำคัญคือการหาจุดสมดุลระหว่าง ความสดของนักเตะกับความต่อเนื่องของทีม
ถ้าหมุนทีมมากเกินไป ความเข้าใจระหว่างนักเตะอาจลดลง แต่ถ้าใช้ผู้เล่นชุดเดิมมากเกินไป ความเหนื่อยล้าอาจกลายเป็นปัญหาในช่วงท้ายฤดูกาล
นี่จะเป็นหนึ่งในการทดสอบความสามารถของอิราโอลาในระดับสูงสุด
ลิเวอร์พูลเคยเจอคู่แข่งเหล่านี้มาก่อนหรือไม่?
หลายคู่มีประวัติที่แฟนลิเวอร์พูลคุ้นเคยดี
การเจอกับอินเตอร์และแอตเลติโก มาดริดเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งจากฤดูกาลก่อน ขณะที่ปอร์โต้ก็เป็นคู่แข่งที่ลิเวอร์พูลเคยเจอทั้งเหย้าและเยือนในรอบแบ่งกลุ่มปี 2021-22 และชนะได้ทั้งสองเกม
บียาร์เรอัลเองก็มีประวัติร่วมกับลิเวอร์พูล โดยทีมเคยเจอกันในรอบรองชนะเลิศและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้
ลาสค์เป็นทีมที่ลิเวอร์พูลเคยพบในยูโรป้าลีกฤดูกาล 2023-24
ส่วนคลับ บรูชมีเรื่องราวที่เก่าแก่กว่า เพราะครั้งล่าสุดที่ลิเวอร์พูลเจอกันในรายการระดับยุโรปเกิดขึ้นในนัดชิงถ้วยยุโรปปี 1978 ที่สนามเวมบลีย์ ซึ่งเคนนี่ ดัลกลิชยิงประตูชัยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์
ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูลยังไม่เคยพบเฟเนร์บาห์เช่หรือล็องส์ในเกมอย่างเป็นทางการมาก่อน
เส้นทางของลิเวอร์พูลในแชมเปี้ยนส์ลีกจะต้องเริ่มจากการติดท็อปแปด
เป้าหมายอันดับแรกของอิราโอลาคือการพาลิเวอร์พูลจบใน แปดอันดับแรกของรอบลีกเฟส
หากทำได้ ลิเวอร์พูลจะผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมทำสำเร็จมาแล้วตลอดสองฤดูกาลก่อนหน้านี้
การจบต่ำกว่านั้นไม่ได้หมายความว่าตกรอบทันที แต่จะต้องเล่นรอบเพลย์ออฟเพิ่มอีกหนึ่งรอบ ซึ่งหมายถึงจำนวนเกมที่มากขึ้นอีก
สำหรับทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การหลีกเลี่ยงเกมเพลย์ออฟจึงมีความสำคัญทั้งในเชิงผลการแข่งขันและการบริหารร่างกาย
แล้วคู่แข่งทีมไหนที่ลิเวอร์พูลอยากหลีกเลี่ยงในรอบลึก?
ชื่อที่ทุกคนคงนึกถึงคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
แชมป์ยุโรปสองสมัยติดต่อกันเพิ่งเป็นคนหยุดเส้นทางของลิเวอร์พูลในสองฤดูกาลล่าสุด
ฤดูกาลหนึ่งจบลงด้วยการตกรอบจากการดวลจุดโทษ ขณะที่ฤดูกาลล่าสุดความแตกต่างของคุณภาพระหว่างสองทีมชัดเจนมากกว่าเดิม โดยปารีส แซงต์-แชร์กแมงชนะทั้งสองนัดด้วยสกอร์ 2-0
ดังนั้นหากลิเวอร์พูลสามารถไปได้ไกลในรายการนี้ การไม่ต้องเจอกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงในรอบต้น ๆ ของน็อกเอาต์ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้
สนามนัดชิงมีเรื่องให้ฝันถึง
ความน่าสนใจของเส้นทางปีนี้เพิ่มขึ้นจากสถานที่จัดนัดชิงชนะเลิศ
นัดชิงชนะเลิศปี 2027 จะจัดขึ้นที่ เอสตาดิโอ เมโตรโปลิตาโน่ สนามเหย้าของแอตเลติโก มาดริด
สนามแห่งนี้มีความทรงจำพิเศษสำหรับลิเวอร์พูล เพราะเป็นสถานที่ที่พวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ในปี 2019
การกลับไปเล่นนัดชิงที่สนามเดิมจึงเป็นเรื่องที่แฟนบอลสามารถใช้เป็นความฝันได้ แม้เส้นทางจากรอบลีกเฟสไปถึงเกมสุดท้ายยังอีกยาวไกล

อะไรจะตัดสินว่าลิเวอร์พูลไปได้ไกลแค่ไหน?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ผลจับสลากเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพทีมเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลด้วย
ลิเวอร์พูลยังอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ และยังพยายามเสริมขุมกำลังก่อนตลาดซื้อขายปิด โดยเฉพาะในแนวรุก
การมาของ แบรดลีย์ บาร์โคล่า หากเสร็จสมบูรณ์ จะเพิ่มคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายอย่างชัดเจน แต่ยังมีคำถามเรื่องสมดุลในแดนกลางและความลึกของขุมกำลังในบางตำแหน่ง
การแข่งขันในแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ให้อภัยความผิดพลาดง่าย ๆ และในช่วงที่เกมลีกกับฟุตบอลยุโรปเริ่มทับซ้อนกัน ความลึกของขุมกำลังจะกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก
ถ้าลิเวอร์พูลมีนักเตะพร้อมใช้งานมากพอ อิราโอลาจะสามารถหมุนทีมได้โดยไม่ทำให้คุณภาพตกมากเกินไป
ลิเวอร์พูลมีโอกาสไปถึงไหน?
การคาดการณ์ระยะยาวเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อทีมยังมีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลัง และตลาดซื้อขายยังไม่ปิด
แต่จากคู่แข่งในรอบลีกเฟส ลิเวอร์พูลมีโอกาสที่ดีในการเก็บคะแนนให้เพียงพอต่อการติดแปดอันดับแรก
เกมกับแอตเลติโก มาดริดในบ้านเป็นเกมที่ควรตั้งเป้าคว้าสามแต้ม ขณะที่เกมกับปอร์โต้และบียาร์เรอัลในบ้านก็เป็นโอกาสสำคัญในการเก็บคะแนน
เกมเยือนอินเตอร์จะเป็นบททดสอบคุณภาพ ส่วนเฟเนร์บาห์เช่จะเป็นบททดสอบเรื่องการจัดการบรรยากาศและตารางการแข่งขัน
ถ้าลิเวอร์พูลผ่านช่วงลีกเฟสไปได้ในกลุ่มแปดอันดับแรก เส้นทางต่อไปจะเปิดกว้างขึ้น แต่การไปถึงรอบรองชนะเลิศหรือนัดชิงยังขึ้นอยู่กับทั้งฟอร์ม การจับสลาก และสภาพร่างกายของทีม
สำหรับฤดูกาลแรกของอิราโอลา การไปถึง รอบก่อนรองชนะเลิศ ถือเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล และหากไปได้ไกลกว่านั้นก็ถือเป็นกำไรอย่างแท้จริง
ลิเวอร์พูล มีเส้นทางที่ดี แต่ต้องบริหารให้เป็น
ผลจับสลากแชมเปี้ยนส์ลีกของลิเวอร์พูลไม่ได้ง่ายเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายจนต้องกังวลตั้งแต่ต้น
การได้แอตเลติโก มาดริดและอินเตอร์ มิลานจากโถแรกทำให้มีเกมระดับสูงสองนัด ขณะที่ปอร์โต้และบียาร์เรอัลในบ้านเปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลสร้างคะแนนสำคัญ
เกมเยือนคลับ บรูช ล็องส์ และลาสค์อาจเป็นเกมที่ต้องเก็บคะแนนให้ได้ ส่วนเฟเนร์บาห์เช่คือเกมที่ต้องวางแผนเรื่องการเดินทางและสภาพแวดล้อมให้ละเอียด
ทั้งหมดนี้จะเป็นบททดสอบของอิราโอลาในหลายด้าน ไม่ใช่แค่แท็กติก แต่รวมถึงการบริหารนักเตะ การหมุนเวียนทีม และการทำให้ลิเวอร์พูลยังรักษาความสดในพรีเมียร์ลีกได้พร้อมกัน
เป้าหมายแรกจึงชัดเจนมาก นั่นคือ ติดแปดอันดับแรกและผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยตรง
ส่วนความฝันที่ใหญ่กว่านั้นคือการเดินทางกลับไปยังเมืองมาดริดอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2027
ครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่การกลับไปเยือนสนามที่ลิเวอร์พูลเคยสร้างความทรงจำ แต่เป็นการกลับไปหาโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปอีกครั้ง
อ่านข่าวลิเวอร์พูลและแชมเปี้ยนส์ลีกเพิ่มเติม
ติดตามข่าวลิเวอร์พูล ข่าวฟุตบอลยุโรป และบทวิเคราะห์แชมเปี้ยนส์ลีกเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวลิเวอร์พูลและบทวิเคราะห์ฟุตบอล
ข้อมูลฟุตบอลเพิ่มเติม:
ข่าวฟุตบอล

