แมนยู ชนะ อิปสวิช 5-2 แต่ คาร์ริค ยังต้องกังวล บรูโน่ ช่วยอีกครั้ง
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายไม่น้อย เพราะก่อนหน้านั้นทีมของไมเคิล คาร์ริคเพิ่งแพ้ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 และกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หากแพ้อีกครั้งให้กับทีมน้องใหม่ต่อเนื่อง สถานการณ์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลอาจเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด
อิปสวิชออกนำก่อนจากประตูของเลียฟ เดวิส และในช่วงหนึ่งของครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่อาจต้องพบกับความพ่ายแพ้สองนัดติดต่อกัน
แต่ท้ายที่สุดเจ้าบ้านกลับมาได้อย่างรุนแรง โดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นศูนย์กลางอีกครั้ง กัปตันทีมทำแฮตทริกและสร้างแอสซิสต์ได้อีกหนึ่งครั้ง
อย่างไรก็ตาม การชนะ 5-2 ไม่ได้แปลว่าทุกปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหายไป ตรงกันข้าม เกมนี้ยังเปิดเผยจุดอ่อนบางอย่างที่คาร์ริคจำเป็นต้องรีบจัดการ โดยเฉพาะตำแหน่งแบ็กซ้ายและโครงสร้างเกมรับ
เมื่อเสียงฝนกระหน่ำลงมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในช่วงท้ายเกม ทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และภาพน้ำไหลผ่านหลังคาที่รั่ว กลับกลายเป็นเพียงฉากหลังของค่ำคืนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้
แมนยูเกือบเจอฝันร้ายอีกครั้ง
ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะกลับมาเป็นผู้ชนะ พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างมาก
เพียงสิบกว่านาทีก่อนพักครึ่ง ทีมของคาร์ริคกำลังตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่จะเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยการแพ้สองเกมติดต่อกันให้กับสองทีมน้องใหม่อย่างฮัลล์ ซิตี้และอิปสวิช ทาวน์
อิปสวิชเป็นฝ่ายขึ้นนำจากการโจมตีทางฝั่งขวา อับดุล ฟาตาวูเอาชนะลุค ชอว์ ก่อนเปิดบอลเข้ามาให้เดวิส ซึ่งถูกปล่อยว่างจนสามารถยิงในจังหวะแรกได้อย่างแม่นยำ
เซนเน่ ลัมเมนส์ ซึ่งก่อนหน้านั้นช่วยทีมเอาไว้จากโอกาสของฮูลิโอ เอ็นซิโซและไดเซ็น มาเอดะ ยังไม่สามารถป้องกันลูกยิงที่พุ่งไปชนด้านล่างของคานแล้วเด้งเข้าประตูได้
นี่เป็นอีกครั้งที่ปัญหาทางฝั่งซ้ายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน

บรูโน่ แฟร์นันด์สเข้ามาช่วยทีมอีกครั้ง
ในช่วงที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้อีกครั้ง คนที่ก้าวขึ้นมาคือบรูโน่ แฟร์นันด์ส
โอกาสเริ่มต้นเกิดขึ้นในนาทีที่ 40 เมื่อมาร์เซลิโน่ นูนเญซพลาดลื่นล้มในจังหวะควบคุมบอลใกล้เส้นกลางสนาม
ความผิดพลาดดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้มาเธอุส คุนญ่าเห็นช่องและจ่ายบอลเร็วทะลุไปด้านหน้าให้แฟร์นันด์ส
คำถามคือกัปตันทีมวัย 31 ปีจะมีแรงพอที่จะเอาชนะคู่แข่งได้หรือไม่
ดูเหมือนเขาจะประเมินแล้วว่าไม่ควรเสียเวลา
แฟร์นันด์สแตะบอลเพียงครั้งเดียว ก่อนซัดผ่านเคลล์ เชอร์เพนเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับเข้าสู่เกม
ประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตีเสมอ แต่เป็นจังหวะที่เปลี่ยนความรู้สึกของทั้งสนาม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น และหลังพักครึ่งก็เปลี่ยนจากทีมที่กำลังถูกกดดัน เป็นทีมที่สามารถถาโถมใส่คู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
จังหวะโชคดีก็มีส่วนกับการพลิกเกม
แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้รับความช่วยเหลือจากโชคในเกมนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง
ต้นทางของประตูตีเสมอมาจากความผิดพลาดของนูนเญซ ขณะที่ประตูขึ้นนำในครึ่งหลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างมาก
แฮร์รี่ แม็กไกวร์เข้าปะทะกับชูบา อัคปอมบริเวณนอกกรอบเขตโทษ และภาพดูเหมือนว่าเขาใช้มือช่วยควบคุมบอล
อย่างไรก็ตาม จังหวะดังกล่าวไม่ได้ถูกลงโทษ และแม็กไกวร์ยังเดินหน้าพาบอลเข้าเขตโทษก่อนยิงเรียด
ลูกยิงกำลังจะหลุดกรอบ แต่บอลไปโดนเจค็อบ กรีฟส์ ทำให้เปลี่ยนทางผ่านมือเชอร์เพนเข้าไป
สิ่งที่แปลกคือการที่การเปลี่ยนทิศทางจนกลายเป็นประตูตัวเองทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องแฮนด์บอลก่อนหน้านั้นไม่มีผลต่อการตัดสินประตู
แกรี่ โอ’นีล ผู้จัดการทีมอิปสวิชยอมรับกติกาดังกล่าวอย่างมีน้ำใจ แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความรู้สึกไม่ยุติธรรมไม่น้อย
“บางครั้งคุณเห็นประตูแล้วคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นประตู และจังหวะนั้นก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน”
ในขณะเดียวกัน อิปสวิชยังเจอข่าวร้ายเพิ่มเติมเมื่อเอเมอร์สันน์ นักเตะค่าตัวสถิติของสโมสรได้รับบาดเจ็บหัวเข่าจนต้องถูกเปลี่ยนตัวตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง
ห้านาทีเปลี่ยนจากเกมตึงเครียดเป็นการถล่ม
หลังจากไบรอัน เอ็มบูโม่ยิงชนคานจากระยะเผาขนในช่วงต้นครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ระเบิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง
ภายในเวลาเพียงประมาณห้านาที เกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
กรีฟส์ทำฟาวล์คุนญ่าในจังหวะวิ่งไปรับบอลทะลุจากการจ่ายของค็อบบี ไมนู ผู้ตัดสินให้จุดโทษ และแฟร์นันด์สรับหน้าที่สังหาร
ทั้งที่เขาเพิ่งพลาดจุดโทษสองครั้งในช่วงปรีซีซั่น แต่ครั้งนี้กัปตันทีมไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อย
เขายิงเข้าไปอย่างมั่นใจ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำ 3-1
จากนั้นแฟร์นันด์สก็ทำแฮตทริก หลังบอลกระเด้งมาเข้าทางจากจังหวะที่ไมนูและเอ็มบูโม่พยายามยิงและถูกบล็อก
จังหวะที่บอลตกมาหาเขา แฟร์นันด์สไม่พลาด
เขาจบสกอร์อย่างเยือกเย็น และทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลุดจากสถานการณ์ที่กำลังน่าเป็นห่วง

ตัวเลข 33 ครั้งบอกว่าคาร์ริคกำลังสร้างเกมรุกที่น่าสนใจ
แม้ชัยชนะจะมีจังหวะโชคดีอยู่หลายครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือแรงกดดันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสร้างขึ้น
ทีมเจ้าบ้านมีโอกาสยิงถึง 33 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดของพวกเขาในรอบประมาณหนึ่งทศวรรษ
ตัวเลขนี้สะท้อนแนวคิดที่คาร์ริคต้องการให้ทีมเล่นด้วยความกล้าและเดินหน้าใส่คู่แข่งมากขึ้น
เมื่อเทียบกับเกมแพ้ฮัลล์ สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือความต่อเนื่องของการโจมตี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ยอมแพ้หลังเสียประตู และยังคงพยายามบังคับให้แนวรับอิปสวิชถอยลงเรื่อย ๆ
ดังนั้นแม้จะมีโชคช่วย แต่ชัยชนะครั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคอย่างเดียว
บรูโน่ยังคงเป็นนักเตะที่ขาดไม่ได้
สำหรับแฟร์นันด์ส เกมนี้ยิ่งตอกย้ำสถานะของเขาในทีม
แฮตทริกครั้งนี้เป็นแฮตทริกครั้งที่สามของเขาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และยังมีแอสซิสต์แรกของฤดูกาล หลังจากฤดูกาลก่อนเขาทำสถิติแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 21 ครั้ง
เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งได้รับรางวัลนักเตะแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพจากผลงานอันยอดเยี่ยมของฤดูกาลที่ผ่านมา
และทันทีที่ทีมเผชิญกับช่วงเวลาที่ต้องการคนรับผิดชอบ เขาก็เป็นคนเดิมที่ก้าวขึ้นมา
นี่เป็นเหตุผลที่อนาคตของแฟร์นันด์สยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้กระแสการย้ายทีมในตอนนี้จะไม่ได้รุนแรงเท่าปีก่อนก็ตาม
เขาเหลือสัญญาประมาณ 10 เดือน และสโมสรมีเงื่อนไขขยายได้อีกหนึ่งปี ซึ่งอาจทำให้เขาอยู่กับทีมจนถึงเดือนมิถุนายน 2028
แต่จากภาพรวมของทีมในช่วงที่ผ่านมา ยังมีความรู้สึกว่าแฟร์นันด์สเป็นผู้เล่นที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ควรสูญเสีย
ค็อบบี ไมนูคืออีกหนึ่งข่าวดีของคาร์ริค
นอกจากแฟร์นันด์สแล้ว ค็อบบี ไมนูก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ทำให้คาร์ริคมีเหตุผลต้องพอใจกับเกมนี้
ไมนูถูกเลือกลงสนามก่อนอันเดรย์ ซานโตส และแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าความสามารถของเขาในการรับบอลและควบคุมจังหวะยังมีคุณค่าอย่างมาก
เขายังเป็นคนจ่ายบอลทะลุให้คุนญ่าในจังหวะที่นำไปสู่การได้จุดโทษ
หากการสร้างทีมแดนกลางมูลค่าประมาณ 155 ล้านปอนด์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะประสบความสำเร็จ ไมนูน่าจะเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญ
เขายังต้องพัฒนาด้านเกมรับและความแข็งแกร่งในการรับมือกับจังหวะเปลี่ยนเกม แต่ความสามารถทางเทคนิคทำให้เขายังคงมีพื้นที่ในทีมชุดนี้
การกลับมาของมาร์คัส แรชฟอร์ดเต็มไปด้วยความหวัง
อีกหนึ่งภาพที่น่าสนใจคือการกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในฐานะตัวจริง
นี่เป็นการออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดครั้งแรกในรอบ 626 วัน
หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ฟอร์มตกและออกไปเล่นแบบยืมตัวกับแอสตัน วิลล่าและบาร์เซโลน่า หลายคนสงสัยว่าแฟนบอลที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะต้อนรับเขาอย่างไร
แต่ภาพที่ออกมากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น
แฟนบอลไม่ได้แสดงความต่อต้านอย่างรุนแรง แต่ให้การต้อนรับเขาอย่างมีความหวัง
ในสนาม แรชฟอร์ดพยายามขอบอลและกล้าวิ่งเข้าใส่แนวรับอิปสวิชอยู่หลายครั้ง เขายังเกือบสร้างโอกาสให้เอ็มบูโม่ได้ประตูอีกด้วย
แม้ยังไม่ใช่การกลับมาที่สมบูรณ์แบบ แต่ความกระตือรือร้นและความกล้าในการเล่นที่เขาเคยมีเริ่มกลับมาให้เห็น

แต่ปัญหาแบ็กซ้ายยังคงอยู่
ชัยชนะ 5-2 ไม่สามารถปิดบังปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ทั้งหมด
จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือแบ็กซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถูกพูดถึงมาตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์ และดูเหมือนว่าสโมสรยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้
ลุค ชอว์ถูกเล่นงานอย่างหนักตั้งแต่เกมแพ้ฮัลล์ และอิปสวิชก็ใช้วิธีการโจมตีลักษณะเดียวกันในเกมนี้
ฟาตาวูสามารถเอาชนะเขาได้บริเวณริมเส้น ก่อนหนีเข้าไปเปิดบอลให้เดวิสทำประตู
นี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เพราะเมื่อแบ็กซ้ายถูกดึงออกจากตำแหน่งหรือเอาชนะในการดวลตัวต่อตัวได้ แนวรับส่วนที่เหลือจำเป็นต้องขยับเข้ามาช่วย และนั่นสามารถสร้างพื้นที่ใหม่ให้ผู้เล่นคนอื่นของคู่แข่ง
แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะมีผู้เล่นอย่างแฮร์รี อามาสส์อยู่ในทีม แต่สโมสรก็ยังถูกคาดหวังว่าจะเสริมแบ็กซ้ายใหม่ก่อนตลาดปิด
ประตูท้ายเกมยังเตือนคาร์ริคว่าต้องแก้เกมรับ
ช่วงท้ายเกม อิปสวิชสามารถทำประตูไล่ขึ้นมาอีกครั้ง หลังฮูลิโอ เอ็นซิโซฉวยบอลจากลิซานโดร มาร์ติเนซ ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ชูบา อัคปอมทำประตู
สกอร์ 5-2 อาจทำให้ประตูนี้ดูไม่มีความหมาย แต่ในเชิงแท็กติกกลับสำคัญมาก
เพราะมันเป็นเครื่องเตือนว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถถูกโจมตีได้ง่ายจากการเสียบอลในพื้นที่อันตราย
หากเกมอยู่ในสถานการณ์สูสีมากกว่านี้ ประตูแบบดังกล่าวอาจทำให้ทีมต้องเจอกับช่วงท้ายเกมที่กดดันกว่าที่ควร
คาร์ริคจึงไม่สามารถมองเพียงผลการแข่งขันได้ เขาต้องมองถึงรูปแบบการเสียประตูและวิธีที่คู่แข่งสามารถเล่นงานทีม
วันที่ฝนตก แต่พายุของแมนยูผ่านไปแล้วหรือยัง?
เมื่อการแข่งขันเดินทางเข้าสู่ช่วงท้าย ฝนตกหนักลงมาจนสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแทบกลายเป็นฉากในภาพยนตร์ มีทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และน้ำไหลผ่านหลังคาที่รั่ว
แต่สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พายุที่น่ากังวลกว่านั้นเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว
พวกเขาเคยตกเป็นฝ่ายตามหลังและกำลังเผชิญโอกาสที่จะออกสตาร์ตด้วยความพ่ายแพ้สองเกม
โชคดีสำหรับคาร์ริค เขามีกัปตันทีมที่สามารถดึงสถานการณ์กลับมาได้
แต่คำถามสำคัญคือ เขาจะสามารถสร้างทีมที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแฟร์นันด์สทุกครั้งได้หรือไม่
เพราะการมีแฟร์นันด์สเป็นตัวตัดสินเกมคือข้อได้เปรียบ แต่มันก็อาจกลายเป็นปัญหา หากทีมไม่สามารถควบคุมเกมด้วยโครงสร้างของตัวเองได้
บทสรุป: ชัยชนะที่ดี แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสมควรได้รับเครดิตจากการตอบสนองหลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง เพราะพวกเขาไม่ปล่อยให้ความกดดันจากเกมก่อนหน้านี้กลายเป็นความตื่นตระหนก
พวกเขายิง 33 ครั้ง เล่นเกมรุกด้วยความกล้า และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพ
บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหัวใจสำคัญที่สุดของการกลับมาครั้งนี้ หลังทำแฮตทริกและแอสซิสต์ได้อีกหนึ่งครั้ง
ค็อบบี ไมนูแสดงให้เห็นว่าเขายังมีบทบาทสำคัญ ขณะที่มาร์คัส แรชฟอร์ดก็มอบความหวังจากการกลับมาเป็นตัวจริงและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนบอล
แต่ในอีกด้านหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังมีรอยร้าว โดยเฉพาะตำแหน่งแบ็กซ้ายและการป้องกันพื้นที่เมื่อคู่แข่งเปลี่ยนจากเกมรุกเป็นเกมสวนกลับ
ชัยชนะ 5-2 จึงเป็นทั้งข่าวดีและคำเตือน
ข่าวดีคือคาร์ริคพิสูจน์แล้วว่าทีมของเขาสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ยาก ๆ ได้
คำเตือนคือ หากไม่แก้ปัญหาที่แบ็กซ้ายและโครงสร้างเกมรับ การมีแฟร์นันด์สช่วยกู้สถานการณ์อยู่เรื่อย ๆ อาจไม่เพียงพอเมื่อเจอคู่แข่งที่มีคุณภาพสูงกว่านี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจผ่านพ้นค่ำคืนที่วุ่นวายมาได้แล้ว แต่พายุของฤดูกาลนี้เพิ่งเริ่มต้น
และคาร์ริคยังมีเวลาอีกไม่มากในการเติมชิ้นส่วนที่ขาด ก่อนตลาดซื้อขายจะปิดลง
อ่านข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพิ่มเติม
ติดตามข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวไมเคิล คาร์ริค ข่าวบรูโน่ แฟร์นันด์ส และบทวิเคราะห์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่
ข่าวฟุตบอลและบทวิเคราะห์
อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอก:
ข่าวฟุตบอล

